จบสวย จบซวย 1   Recently updated !


“รบกวนขอคำแนะนำได้ไหมค่ะ
ดิฉันเกิดความอึดอัดเจอผู้บังคับบัญชาที่ไม่ฟังความคิดเห็น อารมณ์ร้อน ชอบว่าลูกน้อง เวลามีอะไรผิดก็ไม่บอกว่าต้องแก้ไขตรงไหน ปล่อยให้เราคลำเอาเอง ตอนนี้ดิฉันก็ยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทนทำงานที่นี้ต่อไป..หรือจะต้องเปลี่ยนที่ทำงานดีค่ะ”


การที่ได้รับคำถามเรื่องความอึดอัดใจระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องอยู่เรื่อยๆ ทำให้บางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่า ในประเทศไทยนี่ 95.81% ของเจ้านายลูกน้องโคจรมาพบกันเพื่อร่วมเวรร่วมกรรมกันโดยแท้

 

เบื้องหลังอาการ  “ไม่ไหวจะทน” ของแต่ละคนก็ดูเหมือนจะแตกต่างกันไป แต่ไฉนผลลัพธ์มักลงเอยที่การต้องการจะแยกทาง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ลูกน้องที่มักจะชิงลาออกก่อนตามสถานะผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ไร้ทางเลือก

 

ตอนอวสานของการแยกจากกัน คุณสามารถกำกับควบคุมโทนของซีนนี้ให้ออกมาใน 2 ทางเลือก หรือ 2 อารมณ์ คือ จบสวย พระเอกนางเอกแยกทางกันด้วยดี ต่างคนต่างมีความสุข หรือไม่ก็ จบแบบไม่สวย พระเอกนางเอกมีปากเสียงกัน อาจถึงขั้นลงไม้ลงมือ

 


จบสวย

ถ้าดีต่อกัน แล้วจะแยกทางกันทำไม? ดีกันก็ต้องอยู่ด้วยกันต่อ ใช่ไหมครับ? ก็ต้องตอบว่า ไม่แน่เสมอไปครับ เพราะ บางครั้งการลาออกที่ไม่ได้มีเจ้านายเป็นปัจจัยก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น จากบริษัทใหม่ เป็นต้น

 

ดังนั้นภาพจำ ฉากตอบจบของลูกน้องคนนั้นๆ ที่มีต่อหัวหน้าคือ ความรู้สึกเสียดาย เสียดายคนเก่ง เสียดายลูกน้องที่น่ารัก เสียดายลูกน้องที่ช่วยแบ่งเบาภาระ และมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า ถ้ามีโอกาส ก็อยากจะเรียกมาใช้สอย ตามแต่โอกาสในอนาคตจะอำนวย

 

แต่ในทางตรงกันข้ามกันสำหรับบางคน ที่หัวหน้าลูกน้องไม่ได้รักกันแล้ว อารมณ์ที่ลูกน้องอยากจะตะโกนบอกชาวโลกว่า “ตรูยื่นใบลาออกแล้วโว้ย” จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้การบังคับจิตบังคับใจให้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึก เพื่อทำให้จบแบบสวยๆ หล่อๆ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ช่างฝืนเสียนี่กระไร แต่ถ้าคุณสามารถผ่านมันไปได้ ผมอยากจะบอกว่า มันเป็นอะไรที่แสนจะคุ้มค่าแน่นอน

 

จบไม่สวย

ธรรมชาติของคนที่หมดรัก เดาฉากจบได้ไม่ยากนัก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปลดปล่อยไปตามอารมณ์ ณ เวลานั้นๆ และบางครั้งลามปามไปเป็น “จบซวย” อันได้แก่ การกระทำสิ่งใดก็ได้เท่าที่จะคิดออก ณ เวลานั้น เพื่อแลกกับ “ความสะใจ” ให้ได้กลับคืนมามากที่สุด

 

แน่นอนว่า ต้นเหตุของความกล้าที่จะกระทำการอุกอาจเช่นนั้น เพราะไม่แม้แต่คิด ว่าในวันข้างหน้าจะมีโอกาสร่วม “สังฆกรรม” กันอีกครั้ง

 

แต่หารู้ไม่ว่า ความซวยกำลังจะมาเยือนโดยไม่รู้ตัว ซวยตรงที่วงการ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) หรือ Consumer Product มันแคบมาก มากกว่าที่คุณคิด ผู้คนก็วนไปวนมาอยู่ในมหาสมุทร ที่ดูเหมือนจะใหญ่ แต่ Connection ถึงกันหมด (จริงๆ แล้วเหตุการณ์แบบนี้ ก็ไม่น่าแตกต่างกันในวงการอื่นๆ ถึงแม้ แต่ละวงการอาจจะกว้าง หรือเล็กกว่าวงการ FMCG)

 

อย่างเป็นทางการ ก่อนรับใคร(เข้าทำงาน)จะมีการถามหา บุคคลอ้างอิง (Reference Check) จาก Candidate เพื่อเช็คประวัติ เช็คสิ่งที่ไม่พึงประสงค์

 

แต่อย่างไม่เป็นทางการ หรือในทางลับนั้น มีการยกหู หาเพื่อน พี่ น้อง นายเก่า หรือแม้แต่ลูกค้า เพื่อโยงหาคนที่รู้จัก Candidate คนนั้นๆ เพื่อซักประวัติว่า ตัวจริง เทียบกับ ขณะ interview เป็นคนเดียวกันหรือไม่ หนีคดีความจากบริษัทเก่าๆหรือไม่ บางครั้งสามารถเช็คกันไปได้ถึงญาติโกโหติกา วงศาคณาญาติ ข้าเก่าเต่าเลี้ยง

 

แปลว่าถึงแม้ไม่ได้โคจรมาพบกันอีกครั้ง แต่ผลของ “ความสะใจ” ในครั้งก่อนนนั้นที่เคยฝากไว้ ยังคงทิ้งร่องรอยนำทางความซวยให้เข้ามาเยือน

 


เรื่องซวยสุดๆ นั้นอาจเกิดยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้น เช่น

 

Case 1. ก็โลกมันแคบ

ลูกน้องได้ย้ายหนีเจ้านายไปบริษัทใหม่ ซึ่งคิดละเอียดถี่ถ้วนแล้วว่ายังไงๆ เจ้านายเก่าก็ไม่น่าจะเลือกมาอยู่บริษัทใหม่นี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่แล้วท้ายที่สุดเจ้านายก็ย้ายตามมา วนมาเป็นลูกน้องเจ้านายกันอีกครั้ังหนึ่ง (บอกได้อย่างไม่ปิดบังว่า case นี้เป็นเรื่องจริงของผมเอง ซึ่งโอกาสเกิดคือ 1 ใน ล้าน แต่บังเอิญผมไม่ซวยเพราะผมใช้ concept พี่เบิร์ดครับ “รักทุกคน”)

 

Case 2. ยืมมือล้างแค้น

มี Candidate ท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า เขาย้ายจากบริษัท A ไปอยู่บริษัท B เพราะไม่ไหวจะทนกับเจ้านาย XX ในบริษัท A แต่เคสนี้ เจ้านาย XX ไม่ได้ย้ายตามมาบริษัท B นะครับ แต่เจ้านาย XX เป็นเพื่อนกับเจ้านาย YY ในบริษัท B ความซวยก็มาเยือน เพราะไม่ว่าจะทำดีอย่างไร เจ้านาย YY ไม่เคยเห็นดีเห็นงามแม้แต่น้อย ตอนจบของเรียนนี้ก็คือ Candidate ถูกเจ้านาย YY บีบให้ออกจากงาน

 


บางครั้งเราหวังให้อยากจะให้เรื่องบังเอิญดีๆ เกิดขึ้นกับเรา แต่ตามสถิติส่วนตัว ถ้านับโอกาสเกิดแล้ว เรื่องบังเอิญซวยๆ มักจะเกิดบ่อยกว่าอย่างน่าใจหาย ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ พยายามบังคับฝืนใจ (แม้จะขัดกับความรู้สึกขนาดไหนก็ตาม) ให้ “จบสวย” อย่างน้อยก็ช่วย “ปิดประตูความซวย” ไปได้อีกสักหนึ่งบาน

 

 


ป.ล.1. add Line มาเล่าประสบการณ์ หรือขอคำปรึกษา หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ  (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)


 

Pop – Chutipong Benjasatkul

 

===============

เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY

 

Image courtesy of [“Couple In Love Having Break Up” by smarnad] at FreeDigitalPhotos.net

จำนวนผู้เข้าชม 1,136 ครั้ง

Comments

  1. […] บทความที่เกี่ยวข้อง จบสวย จบซวย […]