จะดีมั๊ย? ถ้าย้ายไปบริษัทคู่แข่ง   Recently updated !


คำถาม : อยากถามคุณป๊อปว่า ถ้าเราจะย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง มันจะดีมั๊ยคะ?

ตอบ : ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอเล่าเรื่องส่วนตัวย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ออฟฟิศว่า ไม่ว่าจะอยู่บริษัทไหน ผมก็มักจะถูกปลูกฝังจากหัวหน้า ผู้ใหญ่ในบริษัท และเพื่อนร่วมงานในบริษัทนั้นๆ ว่า การบริโภคหรือซื้อสินค้าจากบริษัทคู่แข่งเป็นสิ่งต้องห้าม ถามว่ารุนแรงขนาดไหน ขอยกเป็นตัวอย่างเช่น เวลาเลือกร้านทานข้าว แค่มีสินค้าของบริษัทคู่แข่งวางขายอยู่ในร้านนั้น เราก็จะเลือกไม่เข้าร้านๆนั้น

 

หากยิ่งอยู่นาน ความคิดดังกล่าวก็จะถูกขยายผลไปยังพ่อแม่ พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหายรอบๆตัว และมีอยู่หลายครั้งที่เปลี่ยนงาน ย้ายบริษัทไปแล้ว ความคิดนี้ก็ยังติดตามไปเรื่อยๆ ดังนั้น ความคิดที่ว่า จะย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่งนั้น จึงไม่มีอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย

 


กลับมาที่คำถามเรื่องการย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง ก่อนจะตอบ อาจต้องทำเข้าใจภาพรวมก่อนว่า มีใคร หรือมี Party (กลุ่ม) ไหนบ้างเกี่ยวข้อง

  • Party ที่ 1 – บริษัทปัจจุบันที่เราทำงานอยู่
  • Party ที่ 2 – บริษัทคู่แข่งที่เราต้องการย้ายไปอยู่
  • Party ที่ 3 – ตัวเราเอง (Candidate)

 


Party ที่ 1 – บริษัทปัจจุบันที่เราทำงานอยู่

ให้เริ่มที่บริษัทปัจจุบันเป็น Party แรก เพราะถ้าไม่ผ่านเงื่อนไขนี้ ก็จบตั้งแต่ยังไม่เริ่มครับ

 

อันดับแรก ต้อง check ดูว่า ตอนที่เราเริ่มงาน เราได้มีการเซ็นต์สัญญา หรือเซ็นต์เอกสารที่ว่าด้วยเรื่อง การห้ามย้ายไปร่วมงานกับบริษัทคู่แข่งโดยตรง(บางครั้งมีการระบุชื่อบริษัทที่ห้าม หรืออาจจะแค่ระบุประเภทธุรกิจ หรือประเภทบริษัท เช่น ธุรกิจนม เป็นต้น) ดังนั้นหากมีระบุในสัญญาหรือเอกสาร ก็หมดสิทธิ์ครับ

 

แต่ก็ไม่ได้ห้ามตลอดชีวิตนะครับ เพราะโดยส่วนใหญ่ จะระบุเป็นช่วงเวลา เช่น ห้ามย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่งหลังจากลาออกอย่างน้อย 2 ปี (ทั้งนี้จำนวนปี จะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท)

 

เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการห้ามเป็นเรื่องเป็นราว เป็นลายลักษณ์อักษร ก็ข้ามไป Party ถัดไปได้เลย

 


Party ที่ 2 – บริษัทคู่แข่งที่เราต้องการย้ายไปอยู่

ถัดมาคือบริษัทคู่แข่ง ซึ่งหลายคนจะมีความเข้าใจว่า บริษัทที่เป็นคู่แข่งกัน เขาคงไม่รับพนักงานของฝ่ายตรงข้ามกระมัง ในความเป็นจริง ก็จะมีบริษัททั้งสองแบบครับ คือ มีนโยบายรับพนักงานที่เคยอยู่บริษัทคู่แข่ง และ ไม่มีนโยบายรับพนักงานที่เคยอยู่บริษัทคู่แข่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทางฝ่ายบริหารเป็นผู้ตัดสินใจ

 

ตัวอย่างเช่น ในวงการ Retailer (หรือวงการค้าปลีก) พนักงาน Tesco Lotus สามารถย้ายไปอยู่ Big C หรือ makro หรือ 7-eleven ได้อย่างไม่มีข้อห้าม (ข้อมูลนี้เป็นในทางปฏิบัติที่ผมได้ทราบมานะครับ ในแง่นโยบายจริงๆ อาจแตกต่างได้)

 

วิธีการเช็คที่ง่ายที่สุดว่า บริษัทไหน รับพนักงานจากบริษัทคู่แข่งได้ ทำได้ง่ายๆ คือ ลองส่ง Resume เข้าไป หากส่งเข้าไป แล้ว HR (กล้า)เรียกสัมภาษณ์ แสดงว่าบริษัทนี้ไม่ติดเรื่องการรับพนักงานจากบริษัทคู่แข่ง

 


Party ที่ 3 – ตัวเราเอง (Candidate)

สุดท้ายคือตัวเราเองครับ ซึ่งเป็นคนที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้ เพราะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง โดยต้องคิดว่า สมมติว่าย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่งได้จริง เราจะสามารถรับมือกับความคิด และความรู้สึกต่างๆ ที่จะตามมาได้หรือไม่ (ตัวอย่างที่ยกส่วนใหญ่ผมใช้ Worse Case Scenario คือสถานการณ์แบบแย่ที่สุด) เช่น

  • ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานบริษัทเก่า ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือ การถูกนินทาลับหลัง ว่าเราอาจจะนำความลับบริษัทเก่าไปบอก ถึงแม้ในความเป็นจริงเราอาจจะไม่ได้ทำ นั่นเพราะเราไม่สามารถห้ามความคิดคนอื่นได้ และหากสาหัสถึงขนาดขั้นเลิกคบ เราจะสามารถรับมือได้หรือไม่อย่างไร
  • เพื่อนร่วมงานในบริษัทคู่แข่ง อาจมีความคิดที่ว่า วันนี้เราย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่งนี้ได้ วันหน้าเราก็ย้ายไปบริษัทคู่แข่งอื่นได้อีก หรือแย่กว่านั้นอาจพาลมีความคิดว่าเราอาจจะเป็นไส้ศึก ที่เข้ามาล้วงนำความลับกลับไปบอกกับเพื่อนร่วมงานในบริษัทเดิมก็เป็นได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หากเราจิตไม่แข็งพอ อาจมีปัญหาต่อท้ายมาอีกมากมาย

 


หากให้สรุปสั้นๆ แบบ Career Coach ว่า

“การย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง ดีหรือไม่?”

คงต้องประเมินสถานการณ์ แยกเป็น 3 มุม

มุมแรก คือ ดีหรือไม่ดี

มุมที่สอง คือ ควรหรือไม่ควร

มุมที่สาม คือ คุ้มหรือไม่คุ้ม

 

แต่ละคน คงต้อง Weight (ถัวน้ำหนัก) ว่าให้ความสำคัญกับด้านไหน หรือ Party ใดมากเป็นพิเศษ เพื่อให้การตัดสินใจออกมาตอบโจทย์ตัวเองที่สุดครับ

 



ป.ล. 1. การเป็นพนักงานบริษัทไหนก็เป็นเรื่องชั่วคราว ดังนั้นเราก็จะมีแต่คู่แข่งชั่วคราว ส่วนตัวผมจึงรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องสมมตินี้ครับ


ป.ล.2. add Line มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)

ป.ล.3. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)

 

===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY
Image courtesy of [“Handshake Dangerous” by nonicknamephoto] at FreeDigitalPhotos.net
จำนวนผู้เข้าชม 1,928 ครั้ง