ถึงเวลาที่เราต้องเห็นแก่ตัว รึยัง? : Work-life Balance


ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ความรู้สึกกับคำว่า LayOff สำหรับผม ถือเป็นเรื่องปกติ หรือเรื่องเฉยๆ และ ส่วนตัวออกจะชื่นชอบทางออกแนวนี้ด้วยซ้ำ เพราะผู้ที่ถูกเลือก ประหนึ่งเหมือนคนที่ถูกหวย เพราะเขาเหล่านั้นที่ถูก LayOff จะได้รับเงินชดเชย หรือที่หลายคนเรียกว่า “ค่าตกใจ” ไปคนละจำนวนไม่น้อย และสำหรับคนที่อายุงานนานๆ อาจได้รับเงินมากถึงขนาดที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข คืออยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำงานได้เป็นปีๆ

 

ถ้าจะถามว่าเหตุผลใดที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับ LayOff หนึ่งในสาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะ

LayOff เป็นทางออกที่มัน Fair (ยุติธรรม) ดี Fair สำหรับทุกฝ่าย ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า

 


คำว่า LayOff หากแปลเป็นไทย อาจจะฟังดูรุนแรงสักหน่อยว่า “ถูกปลด” หรือ “เลิกจ้าง” ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ทำเพื่อ ความอยู่รอดของบริษัทหรือขององค์กร

 

ถ้าจะมองกันแบบโลกสวย การมีอยู่ขององค์กรธุรกิจ คือ

  • ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น
  • นำความสุขสบายให้กับชาวโลก
  • แก้ปัญหานั่น โน่น นี่ ให้กับชาวโลก

 

แต่ถ้าเอาแบบโลกแห่งความเป็นจริง การมีอยู่ของทุกธุรกิจ ก็หนีไม่พ้น

  • สร้างกำไรที่เพียงพอ เพื่อหล่อเลี้ยงทุกคนในองค์กร
  • และสร้างความมั่งคั่งให้กับเจ้าของ หรือหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น

 

ดังนั้นหากธุรกิจประสบปัญหา สะดุดด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้ตามเป้า ธุรกิจนั้นก็จำเป็นต้องหันมาลดรายจ่าย หรือลดรายจ่าย เพราะการทำเช่นนั้นคืออีกหนทางในการเพิ่มผลกำไร ถึงแม้จะไม่มีใครปฏิเสธว่านั่นคือผลกำไรระยะสั้นก็ตาม ก็ต้องย้อนไปดูเหตุผลในการมีอยู่ของทุกธุรกิจอีกรอบ (ข้างต้น) นี่กระมัง ที่เป็นจุดเริ่มต้น และที่มาของวิถี LayOff

 


กับเรื่องราวที่ได้รับรู้ในเฉพาะปี 2013 เกี่ยวกับเรื่องนี้ 3รายล่าสุดที่ผมได้รับทราบข่าว ล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับสูง ในบริษัท FMCG ฝรั่งข้ามชาติ โดยสนนเงินเดือน ทั้ง 3 ท่านนี้รวมกันเกิน 1 ล้านไปพอสมควร  (บทความเขียนขึ้นเมื่อปี 2013 ตอนนั้นยังไม่วิกฤติเท่าปี 2015 นะครับ ขอบอก) 

 

ถ้าจะถามผมตอนนี้ว่า ยังรู้สึกกับคำว่า LayOff เหมือนครั้งก่อนหรือไม่ ขอตอบว่า ความรู้สึกที่ไม่เปลี่ยน สำหรับ case นี้ คือ ด้วยฐานเงินเดือนที่สูงมาก “ค่าตกใจ” ของพวกเขาเหล่านั้น ย่อมสูงตามเป็นทวีคูณ

 

แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นน่าจะคือความสงสัย  สงสัยว่า ความมั่นคงในชีวิต”มนุษย์เงินเดือน”อยู่ไหนกันหนอ เพราะแม้จะมีตำแหน่งสำคัญ และใหญ่โตเพียงใด หรือแม้จะได้รับเงินเดือนสูงเพียงไหน วันนึงก็ไม่มีใครสามารถหนีพ้น คำพิพากษา ที่มาจาก “เหตุผลทางธุรกิจ” เช่นนั้นหรือ?

 

หลายคนอาจจะเคยชินประโยคที่ซ้ำซาก วนไปวนมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ประมาณว่า

  • เราต้องรักบริษัท รักองค์กร
  • เราต้องทำเพื่อบริษัท เพื่อองค์กร
  • ถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้
  • ทำอย่างนี้ อย่างนั้น บริษัทจะคิดยังไง
  • บริษัท คงไม่พอใจ หากเราทำอย่างนี้ อย่างนั้น

 

ประโยคข้างต้น ฟังผ่านๆ ก็ดูสมเหตุสมผลดี ฟังดูมีน้ำหนักให้เราตั้งมั่นอยู่ในหน้าที่พนักงานที่ดีของบริษัท แต่หากลองพิจารณาดีๆ ทำไมตัวตั้งของทุกประโยค มีแต่บริษัท มีแต่องค์กร แล้วเราหล่ะไม่เห็นมีอยู่ในตัวตั้งเลย

 

สิ่งที่ผมพยายามสื่อ คงไม่ได้บอกว่า หยุดทำหน้าที่พนักงานที่ดี หรือหยุดรักษาผลประโยชน์ของบริษัท เพียงแต่ช่วยเพิ่มหน้าที่เข้าไปอีกหน้าที่หนึ่ง นั่นคือ หน้าที่พนักงานที่ดีสำหรับตัวเอง หน้าที่ที่รักษาผลประโยชน์ของตัวเองไปพร้อมๆ กับผลประโยชน์ของบริษัท ผมขอเรียกหน้าที่นั้นว่า หน้าที่ “เห็นแก่ตัว”

 

ถึงเวลาที่เราต้อง “เห็นแก่ตัว” รึยัง? เห็นแก่ตัว โดย การเลิก

  • ทำงานเกินค่าจ้าง
  • ทำงานด้วยความเครียดเกินความจำเป็น
  • ทำงานแบบขาดสมดุล Work-life Balance
  • ทำงานกับบริษัทที่ไม่เห็นคุณค่าเรา
  • ทำงานกับบริษัทที่ไม่ Fair
  • ทำงานโดยไม่คิดถึงสุขภาพ
  • ทำงานเยี่ยงทาส

ผมขอให้คุณหยุดคุยกับตัวเองสักนิด ว่า

จนถึงตอนนี้เรามีอะไรที่กำลังทำเพื่อตัวเราเองบ้าง ทั้งในวันนี้ และในวันข้างหน้า?

ขอยืนยันว่าคิดตอนนี้ ดีกว่า คิดหลังจากได้ซองขาวนะครับ!!

(บทความที่เกี่ยวข้อง บอล 5 ลูก – Work-life Balance)

 

 


ป.ล.1. add Line มาแชร์เรื่องต่างๆ หรือให้ผมช่วยแนะนำได้นะครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)

 

Pop – Chutipong Benjasatkul

 

===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
https://SalaryDIY.com/
https://facebook.com/SalaryDIY

 

Image courtesy at http://www.memamo.com

จำนวนผู้เข้าชม 3,113 ครั้ง