เทคนิคสัมภาษณ์งาน : คำถามสุดท้าย?   Recently updated !


“ผม/ฉัน จบการสัมภาษณ์แล้ว ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรต้องการสอบถาม หรืออยากจะทราบอะไรบ้าง?”

 

เคยสงสัยกันบ้างไหมครับว่า หลังจบการสัมภาษณ์แล้ว ทำไมผู้สัมภาษณ์(Interviewer) หลายคนมักจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์(Interviewee หรือ Candidate) ถามกลับ ด้วยการถาม Candidate ประมาณว่า

“ผม/ฉัน จบการสัมภาษณ์แล้ว ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรต้องการสอบถาม หรือมีอยากจะทราบบ้าง?”

นั่นเป็นสัญญาณว่า คุณเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์แล้ว และผู้สัมภาษณ์ ก็พอจะมีคำตอบในใจคร่าวๆ แล้วว่าเขาจะจัดคุณอยู่ในกลุ่มไหน “ไปต่อ” หรือ “ไม่ได้ไปต่อ”


Last Question? หรือ คำถามสุดท้าย?

กลับเข้าเรื่องการให้ Candidate ถามคำถามสุดท้ายหลังจบการสัมภาษณ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยใส่ใจ หรือแม้แต่ตั้งขอสังเกตใดๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ผมได้สนทนากับ Candidate รุ่นพี่ ผู้มากประสบการณ์ท่านนึง

รุ่นพี่ได้แชร์ประสบการณ์ โดยเล่าว่าเขาเคยมีนายฝรั่งท่านหนึ่ง เป็นคนที่ให้แง่คิดเรื่องนี้ได้มีประโยชน์มาก ว่า

การถามกลับ “คำถามสุดท้าย” เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก

เพราะอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์นำไปสรุปว่า(Perceive)เราเป็นคนประเภทใด จากคำถามที่เราได้ถามกลับเป็นคำถามสุดท้าย

เช่น หาก Candidate ถาม Interviewer ว่า

“ไม่ทราบว่า คุณInterviewer ชอบท่องเที่ยวรึเปล่าครับ/คะ?”

กรณีนี้แม้ Candidate อาจถามโดยไม่ได้คิดอะไรจริงจัง เพียงแค่ต้องการชวนคุยเล่นๆ แต่ผู้สัมภาษณ์อาจไม่ได้คิดเช่นนั้น เค้าอาจสรุปว่า เราเป็นคนที่ไม่ชอบทำงาน (ชอบเที่ยวมากกว่า)

หรือแม้แต่การสอบถามว่า

“ขอสอบถามเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ สวัสดีการพนักงาน เช่น มีสิทธิ์ลาพักร้อนต่อปีกี่วัน วันลาพักร้อนที่ใช้ไม่หมดปีนี้สามารถโอนไปใช้ปีถัดไปได้หรือไม่”

เป็นคุณเป็นผม ก็อาจสามารถตีความคำถามแบบนี้ไปได้หลายทาง ทั้งอาจจะดี หรืออาจจะไม่ดี สุดแท้แต่ความคิดและความเข้าใจของแต่ละคน

(อ่านเพิ่มเติม เรื่องวันลาพักร้อน ได้ที่บทความ วันลา(พักร้อน) คุณค่าที่คุณคู่ควร)


ดังนั้นจงอย่าได้ประมาท หากได้รับโอกาสให้ถามกลับเป็นคำถามสุดท้าย ควรต้องคิดให้ถ้วนถี่ก่อนว่า สิ่งที่ออกจากปากเราจะได้ไม่ส่งผลให้ผู้อื่นตีความ (Perceive) อะไรแบบผิดๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ

หากเป็นไปได้ ให้เตรียมคำถามที่ต้องการจะถาม ก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์ เช่นเดียวกับ การเตรียมคำตอบไปตอบคำถามผู้สัมภาษณ์ แต่กรณีนี้อาจจะต้องทำการทดสอบคำถามของเรา โดยการให้ผู้อื่น (เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าเก่า หรือญาติพี่น้อง) ฟังคำถามแล้วลองสอบถามว่า สามารถตีความไปในทางที่ไม่ดีได้หรือไม่


แต่ถ้าถามว่า ในฐานะผู้ที่ต้องเทรน Candidate ก่อนสัมภาษณ์ ผมจะแนะนำอย่างไร?

ขอแนะนำว่า การเลือกที่จะไม่ถาม ถือว่าเป็นทางออกที่ไม่เลว และก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างไร แต่ควรต้องให้เหตุผลที่ดีว่าเหตุใดเราจึงเลือกที่จะไม่ถาม เช่น

ผม/หนู/ดิฉัน ได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ มาคร่าวๆ ก่อนเข้าสัมภาษณ์

และเท่าที่ได้คุยกัน ก็ได้ข้อมูลครบถ้วน ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะ

การสัมภาษณ์นั้น เปรียบไปก็เหมือนกันการแสดงหน้าม่านซึ่งให้เวลาเราประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้นเราควรต้องให้ความสำคัญเกือบจะทุกเม็ด และหน้าที่ของผู้สัมภาษณ์คือ ตัดสินว่า Candidate เป็นคนประเภทไหน อย่างไร และตรงกับใจของผู้สัมภาษณ์หรือไม่ ทั้งหมดก็จากการพูดคุย และตีความสิ่งที่เราพูดภายในเวลาสั้นๆ สั้นมากจริงๆ ครับ

 

 



ป.ล.1. ตัวอย่างคล้ายๆกับเรื่องนี้ และคำแนะนำที่จับต้องได้สำหรับเรื่องนี้ ผมเตรียมไปแชร์ในงานงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด ติดตาม รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)


ป.ล.2. add Line มาขอปรึกษาปัญหาแบบนี้ หรือจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


 

Pop – Chutipong Benjasatkul

===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY

 

Image courtesy of [“Couple Mad At Each Other.” by marcolm] at FreeDigitalPhotos.net

จำนวนผู้เข้าชม 2,041 ครั้ง