ใครทิ้งคุณ หรือ คุณทิ้งใคร


เคยมั๊ย? นายเก่าชวนไปทำงาน
เคยมั๊ย? ชวนลูกน้องเก่าให้ลาออกมาช่วยงานเรา

แล้วเคยมั๊ย? ที่สุดท้ายถูกคนที่ชวน ทิ้ง หรือ ทิ้ง คนที่ชวน

เคยไม่เคยก็เรื่องนึง แต่ควรจะมีไอเดียเรื่องนี้บ้างคงเป็นการดี เพราะหากวันใดวันหนึ่งเกิดขึ้นกับตัวเอง เราจะได้วางตัวถูก ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ระหว่าง คนที่ทิ้งเขา หรือ คนถูกเขาทิ้ง

 


วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับ candidate ท่านหนึ่ง เป็นคนที่รุ่นพี่คนสนิทแนะนำมา รุ่นพี่ท่านนี้เกริ่นแกมกำชับกับผมว่า

“เอ็งช่วยหางานให้มันด่วนเลย มันไม่ไหวแล้ว!!”

หลังจากเริ่มซักไซ้ไล่เลียงเพื่อจะหาเงื่อนงำของความ “ด่วน” และ ที่มาของอาการ “ไม่ไหวแล้ว” ก็ได้ความว่า candidate ท่านนี้จริงๆแล้วก็เพิ่งจะเปลี่ยนงานได้ไม่นาน คือ เปลี่ยนงานยังไม่ถึงเดือน แต่รู้สึกอึดอันจนทนไม่ไหวกับ Direction (ทิศทาง) ที่ไม่มี Direction ของผู้บริหารบริษัท

 

สงสัยเหมือนผมมั้ยครับว่า ว่าเรื่องนี้มันแหม่งๆ เพราะสาเหตุจากเรื่องประมาณนี้มันก็น่าจะพอรับได้ แล้วอะไรคือความ “ด่วน” มาลองช่วยกันสืบหาดูครับ


ส่วนหนึ่งของบทสนทนา (เหตุการณ์จริง นามสมมติ)

ผม : คุณ B ครับ คุณทราบก่อนที่จะมา join กับบริษัทนี้ไหมครับว่า บริษัทนี้มี Concern (ปัญหา)เรื่องนี้อยู่ เรื่องไม่มีค่อยมี Direction?

B : (ตอบอย่างมั่นใจ) รู้ก่อนที่จะสมัครครับ

ผม : อ้าว!! รู้แล้วทำไมถึงยังตัดสินใจมาร่วมงานล่ะครับ? (แน่นอน ในใจผมคิดว่า “แล้วอยู่ดีๆ จะหาเรื่องทำไมนิ”)

B : อ่อ เหตุผลที่รู้แล้วยังตัดสินใจมา เพราะว่า พี่ A ที่นายเก่าผม เค้าชวนมาครับ

ผม : อ้าว!! ยิ่งแล้วใหญ่เลย แล้วพี่ A ไม่ได้เล่า Situation (สถานการณ์)ให้ฟังรึ?

B : อ่อ เล่าครับ แต่ผมเคยทำงานกับพี่ A ผมค่อนข้างมั่นใจในตัวพี่ A ครับ คือ ถ้าพี่อยู่ได้ ผมว่าผมก็ต้องอยู่ได้

ผม : อ้าว งั้นจะหางานใหม่ทำไมล่ะครับ?

B: คือ……………………………… พี่ A เค้าไม่อยู่แล้วครับ

ผม : อ้าว!! เฮ้ย!! ขนาดพี่ A ยังอยู่ไม่ได้ งั้นก็เผ่นด่วนเถอะคร๊าบ……………….(สนทนาต่อ)

 


ในเวลาไล่เลี่ยกัน มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดกับ Candidate อีกรายหนึ่งที่โทรเข้ามาปรึกษา สถานการณ์ตอนนี้คือ เขาได้รับ Offer (ข้อเสนอ) จากบริษัทลูกค้าผม โดยผมกำลังลุ้นเพื่อรอคำตอบจาก Candidate ท่านนี้ว่าจะรับข้อเสนอจากบริษัทใหม่หรือไม่ อย่างไร


 

ส่วนหนึ่งของบทสนทนา (เหตุการณ์จริง นามสมมติ)

ผม : คุณ C ครับ ไม่ทราบว่าหลังจากใช้เวลาพิจารณา Offer แล้วคิดเห็นยังไงบ้างครับ?

C : ครับ ดูแล้วครับ แต่ว่าตัดสินใจยากจัง

ผม : มีอะไร Share ได้นะครับ

C : คือ งานตอนนี้ที่ทำอยู่ มี Project ที่ค้างอยู่หลาย Project แถมน้องคนนึงก็กำลังจะลาออก ผมล่ะเป็นห่วงเจ้านายผมมาก เพราะถ้าเกิดผมลาออกอีกคน นายผมต้องแย่แน่เลย

C: คุณ Pop เข้าใจนะครับว่า ผมกับเจ้านาย เราทำงานด้วยกันมานาน ผ่านอะไรหนักๆ ด้วยกันมาก็เยอะ ตอนนี้เป็นเหมือนพี่น้องกันแล้ว ผมไม่กล้าทิ้งเค้าไปตอนนี้อ่ะครับ

ผม : ครับเข้าใจครับ ก็ลองพิจารณา……………………(สนทนาต่อ)

 


สองเรื่องข้างต้น จะว่าเหมือนก็เหมือน จะว่าต่างก็ต่างครับ

 

ถ้าจะบอกว่าต่าง ก็ต่างกันตรงที่ “ใครไปก่อน ใครไปหลัง”

 

“คนที่ไปก่อน” มักถูกยัดเยียดบท ที่ทำให้ดูเหมือนเป็น”คนที่ใจร้าย” เพราะเป็นคนที่ทำให้มี “คนถูกทิ้ง” 

แต่ผมว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่อง “ใครทิ้งคุณ หรือ คุณทิ้งใคร “

ประเด็นสำหรับคน(ที่แค่)จะเปลี่ยนงานคือ “คุณกำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเองหรือไม่?“ต่างหาก

 


ข้อคิดที่ผมได้จากทั้ง 2 เหตุการณ์ข้างต้นคือ

 

1. อย่าสัญญากับใคร

อย่าแม้แต่จะคิดสัญญากับใคร เพียงเพื่อรั้งหรือชวนให้เขาอยู่ร่วมงานกับเราต่อ เช่น การสัญญาว่าจะสามารถอยู่ทำงานร่วมกับเขานานเท่านั้นเท่านี้ เพราะคนที่เขาได้ฟังเขาไม่ได้มองมันเป็นแค่สัญญา แต่สำหรับใครบางคนอาจมีการนำคำพูดนี้ไปเป็นปัจจัยหลักในการวางแผนและออกแบบชีวิต และได้ฝากความหวัง ฝากความฝันไว้กับคำสัญญานั้นก็เป็นได้

 

2. อย่ายึดติดกับตัวบุคคล

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะหัวหน้าหรือลูกน้อง การยึดติดในตัวบุคคลคือ ต้องเป็นคนนี้เท่านั้น ถึงจะคู่ควรเป็นหัวหน้าเรา ต้องเป็นลูกน้องคนนี้เท่านั้น ถึงจะเชื่อมือกันได้

ซึ่งเข้าใจว่าข้อนี้อาจจะยากสักนิด เพราะใครๆก็อยากทำงานกับคนที่ตัวเราชอบ ถูกใจ แต่หากลองพิจารณาให้ถี่ถ้วนนะครับว่า จริงๆ แล้วเราสามารถเลือกตัวคนที่อยากทำงานด้วยได้ จริงหรือไม่?)

3. สุดท้าย ให้เอาตัวเราเองเป็นตัวตั้ง

การเองตัวเราเองเป็นตัวตั้งนั้นต่างจากสิ่งที่เรียกว่าเห็นแก่ตัว เพราะเอาเข้าจริงถ้าจะเปลี่ยนงาน คนที่รับทั้งผิด รับทั้งชอบ และผลอะไรก็แล้วแต่ที่ตามมา คือตัวเราคนเดียวจริงๆ

คนอื่นที่ให้ความเห็น คนอื่นที่ให้คำแนะนำ คนอื่นที่ห้ามปราม คนอื่นที่ยุส่ง เขาเหล่านั้นก็แค่คนข้างสนาม ไม่ได้เล่นจริง เจ็บจริงแบบที่เราเป็นแน่นอน


ผมยืนยัน นั่งยันว่า ถึงอย่างไรคุณก็ไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่า โอกาสดีๆ หรือตำแหน่งที่ถูกใจจะเข้ามาหาคุณเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น

จงเตรียมพร้อม และเตรียมทำใจที่จะ “ทิ้ง(ใครสักคน) เพื่อสิ่งที่ดีกว่า”

 



ป.ล.1. การจากกัน สามารถจะ manage ให้ดูไม่ใช่ทั้งการทิ้ง และไม่ใช่คนใจร้ายได้ครับ ต้องลอง!! ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่า manage ยังไง สอบถามได้หลังไมค์นะครับ


ป.ล.2. add Line มาเล่าประสบการณ์ หรือขอคำปรึกษา หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


ป.ล.3. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)


 

Pop – Chutipong Benjasatkul

===============

เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY

 

จำนวนผู้เข้าชม 1,805 ครั้ง