ไม่มีหรอก ลูกน้องที่ไม่ดี มีแต่ หัวหน้าที่ไม่ดี 2   Recently updated !


ผมขอสมมติให้คุณได้เป็นเจ้านาย และมีลูกน้องในปกครองหลายชีวิต ด้วยงานที่ก็ล้นมืออยู่แล้วทุกวี่วัน ลูกน้องคุณคนนึงก็ยังอุตส่าห์ ทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจด้วยเหตุผลประมาณว่า

  • พฤติกรรมไม่ดี เช่น พูดจาไม่ดี ไม่รู้จักกาละเทศะ
  • ไม่เก่ง ขาดทักษะ เช่น Present ไม่เก่ง ทำงานไม่เสร็จไม่เคยตรงเวลา
  • มองโลกในแง่ร้าย เช่น หงุดหงิดกับทุกปัญหา ไม่มีความพยายามในการทำงาน

 

และให้ปรากฏว่าเหตุการณ์ข้างบน เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งหลายหน แบบไม่มีทีท่าจะลดน้อยถอยลง ผมขอถามคุณว่า (เอาแบบตอบจากส่วนลึกในใจของคนที่เป็นเจ้านาย หรือหัวหน้า) คุณคิดว่าจะรับมือกับลูกน้องคนนี้อย่างไร โดยผมมีตัวเลือกให้แค่ 2 choice ระหว่าง

  1. สูดหายใจลึกๆ พร้อมบอกกับตัวเองว่า “เอาวะ งานนี้เหนื่อยหน่อย ต้องช่วยลูกน้องคนนี้พัฒนากันอีกเยอะ สู้โว้ย!!”   หรือ
  2. ยิ้มกริ่ม (พร้อมเอามือลูบปาก) บอกกับตัวเองว่า “แหะ แหะ !! ได้เวลาเปลี่ยนลูกน้องใหม่ คราวนี้ต้องเลือกให้ดีกว่าคนนี้หน่อย” พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปคอก HR เพื่อให้ช่วยดำเนินการหาคนมาแทน

 

ถ้าคุณเป็นพวกโลกสวยหน่อย คำตอบของคุณก็ต้องข้อแรก แต่ถ้าคุณเป็นแนวโลกร้อน มีแนวโน้มว่าจะตอบข้อหลัง แต่ไม่ว่าจะตอบข้อไหน คุณเชื่อหรือไม่ว่า จะมีประโยคตบท้ายจากเหล่าบรรดาหัวหน้าผู้น่ารักของเราว่า

“หัวหน้าในชีวิตจริงอ่ะ ไม่มีหรอกโลกสวย

ถ้าไม่เจอกับตัวเอง คุณไม่มีทางรู้หรอกว่ามันเป็นอย่างไร”

 

คงไม่มีใครสามารถฟันธงคำตอบว่าข้อไหนถูก หรือข้อไหนผิด อันที่จริงวัตถุประสงค์ของคำถามนี้ ผมเพียงแค่ต้องการจะสะกิดต่อมคิด ให้กับเหล่าบรรดาหัวหน้า หรือเจ้านายทั้งหลาย ว่าคำตอบของปัญหานี้ ไม่ควรเริ่มที่ จะจัดการอย่างไรกับตัวปัญหา

ผมเคยอ่านเจอในตำราฝรั่งสักเล่ม ที่กล่าวได้อย่างถูกใจลูกน้อง (แต่ไม่ถูกใจหัวหน้าแน่ๆ) ประมาณว่า

“โลกนี้น่ะ ไม่มีหรอก ลูกน้องที่ไม่ดี

ถ้าจะมี ก็มีแต่หัวหน้าที่ไม่ดี”

 

เหตุที่ทำให้ผมจำประโยคนี้ขึ้นใจ ไม่ใช่เพราะตอนที่อ่าน ผมอยู่ในสถานะลูกน้องนะครับ แต่ตอนที่อ่านตอนนั้นกลับอยู่ในสถานะเจ้านายแล้ว และต้องยอมรับว่า เป็นเจ้านายประเภทที่มีแต่คำตอบแบบ “โลกร้อน” อยู่ในหัวตลอดเวลา นั่นคงเพราะแค่งานประจำก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว ดังนั้น ใครก็ตามที่นำปัญหามาให้เพิ่ม คนๆนั้นก็คือตัวปัญหา ที่ต้องตามแก้ต่อไป

 

ดังนั้นถ้ามีโอกาสเลือกลูกน้องได้ ของแบบ ฉีกซอง เทน้ำร้อน พร้อมใช้งานเลย ก็จะช่วยให้ชีวิตในการทำงานอีกครึ่งพอจะมีเวลาหายใจหายคอบ้าง

 

แต่ด้วยประโยคข้างต้น มันไปสะกิดต่อมคิด ให้เป็นต่อมที่คิดถึงคนอื่น ไม่ใช่ต่อมที่คิดถึงแต่ตัวเอง ได้ความว่า

  • หากคุณไม่คิดพัฒนาลูกน้อง แล้วใครจะมาแทนที่คุณ เพื่อดันคุณคุณสูงไปอีกขั้น
  • หากคุณไม่ถ่ายทอดวิชาให้ลูกน้อง แล้วคุณจะต้องทำเองทุกอย่างเองไปถึงเมื่อไหร่
  • หากคุณพร้อมรับแต่ความดีความชอบ แล้วปัดเรื่องเสียเรื่องหายลงข้างล่างในไม่ช้าคนข้างล่างคงหนีหาย

 

กฎของการให้คือ ให้เริ่มต้นจากตัวเราด้วยการให้ก่อน และยิ่งคุณให้มากเท่าไหร่ คุณก็จะได้รับคืนมากเท่านั้น และในกรณีคุณเป็นหัวหน้า การให้ของคุณคือให้กับลูกน้อง ช่วยให้เขาพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป แล้วคุณก็จะได้กลับคืนแบบเกินคาดแน่นอน

 

ท้ายนี้ โปรดอย่าลืมว่า

หนึ่งในหน้าที่ของหัวหน้า คือ
* * * พัฒนาลูกน้อง * * *

 


ป.ล.1. ผมอยากฟังเรื่องแนวนี้โดยเฉพาะประสบการณ์ตรงของทั้งเจ้านายและลูกน้องนะครับ add Line มาแชร์กันครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)


 

Pop – Chutipong Benjasatkul

===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY

 

Image courtesy of [“Business Man Go To Work” by ratch0013] at FreeDigitalPhotos.net

จำนวนผู้เข้าชม 25,700 ครั้ง