ส่วนตัวผมเป็นเหมือน นักล่า Achievement …ผมจึงคิดว่า บริษัทเดิม ไม่ตอบโจทย์


คำถาม : สอบถามนิดนึงครับ พอดีอยากปรึกษาน่ะครับ ปัจจุบัน ผมเป็น xxx ของบริษัท FMCG ที่เป็นผู้นำตลาดสินค้ากลุ่มนี้ มาประมาณ 1 ปี xx เดือน หากผมจะเปลี่ยนงานไปเป็น xxx กับบริษัทที่เล็กกว่า.. แต่ก็เป็นผุ้นำอันดับ 1 ของอีกกลุ่ม ซึ่งเป็น FMCG เช่นกัน

จากข้อมูล (ขออภัยหากยาวนะครับ) ผมตัดสินใจถูกหรือไม่ครับ หาก ธง career path ของผมมองว่าใน 1-2 ปี นี้ผมจะขยับเป็นระดับ Manager ปัจจัย อื่นๆ คือเรื่อง เงินด้วยครับ..แต่ผมอยากปรึกษา ขอคำแนะนำพี่ป็อป..อีกทางครับ ขอบคุณนะครับ

ผม คิดถูก ไหมครับ ถ้าจะย้าย เพราะ มองว่า ตำแหน่งใหม่ มีโอกาส ก้าวไปเป็น sales manager ได้เหมือนกันครับ?

ส่วนตัวผมเป็นเหมือน นักล่า Achievement …ผมจึงคิดว่า บริษัทเดิม ไม่ตอบโจทย์

1 ปี แรก ..ผม ทำผลงาน เป็น channel เดียว ที่ growth จาก ปีที่แล้ว… ( ในขณะที่ ภาพรวม total เราติดลบ ) ผมจึงถูกเรียกไปดู xxx ด้วย
แต่ ครั้งนี้ อาจเป็นเพราะ คนขาดด้วย เพราะ คนเก่าลาออก 6 เดือนผ่าน มา ผมก็ทำงานได้อย่างราบรื่น.. สุดท้าย.. ผมจึงถาม manager ผมว่า.. จะไม่มีนโยบาย อะไรเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนกับ ผลงานบ้างเลยเหรอครับ และ สุดท้าย คือ ไม่มี ..เหมือนผมคิดว่า ผมขาดคน support ช่วยดัน ผม…


ตอบ : เป็นคำถามที่ยาวครับ และในความยาวก็มีหลาย ๆ หัวข้อ พันกันนัวเนีย ผมขออนุญาตแกะ แงะ แยกเป็นหัวข้อย่อยดังนี้ครับ

  1.  การย้ายจากบริษัทใหญ่ ไปบริษัทที่เล็กลง เพื่อแลกกับตำแหน่งที่สูงขึ้น+เงินที่มากขึ้น
  2.  บริษัทเดิมไม่ตอบโจทย์เรื่องการเติบโตใน Career Path
  3.  การทำผลงานที่โดดเด่น ทำไมถึงไม่ได้รับการตอบแทน ด้วยการ Promote

 

1. การย้ายจากบริษัทใหญ่ ไปบริษัทที่เล็กลง เพื่อแลกกับตำแหน่งที่สูงขึ้น+เงินที่มากขึ้น

มาว่ากันที่ข้อแรกก่อนนะครับ คือ เรื่อง career path นั้น ไม่มีอะไรตายตัวครับ และไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรถูก สำหรับผมทุกอย่างว่ากันด้วยเรื่องของ possibility หรือความเป็นไปได้ว่า การเลือก choice ไหนสามารถสร้างโอกาสให้เราถูกจุดหมายได้เร็วด้วยความเป็นไปได้ที่สูงกว่า choice อื่นๆ

 

รูปแบบการย้ายงาน

สำหรับรูปแบบเกี่ยวกับเรื่องขนาดของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Career Path ก็น่าจะมี 3 แบบครับ ผมสมมติง่าย ๆ แทนขนาดบริษัทด้วย S M และ L (เล็ก กลาง ใหญ่ เอามีแค่ 3 size พอนี่ล่ะครับ) แล้วสมมติต่อว่า คน ๆ นึงต้องเปลี่ยนงานสัก 5 งานในช่วง 10 – 15 ปี รูปแบบที่สามารถเกิดขึ้นได้จะเป็นแบบนี้ครับ

  1. L => M => M => S => S แบบนี้ไม่ต้องออกแรงมากครับ แต่สุดท้ายจะมักจะจบที่ตัวใหญ่ในที่เล็ก
  2. S => M =>M => L => L แบบนี้ยากหน่อยครับ แต่สุดท้ายจะไปจบที่บริษัทใหญ่ อาจจะเป็นตัวใหญ่ในบริษัทใหญ่ หรือตัวเล็กในบริษัทใหญ่ก็เป็นไปได้หมด
  3. L => L => M => L => L แบบนี้ยากที่สุดครับ เพราะบริษัทใหญ่มีให้เลือกไม่มากขนาดนั้นครับ แต่ที่แน่ ๆ จะไปจบลงที่ตำแหน่งกลางถึงใหญ่ในบริษัทใหญ่ครับ

 

อีกครั้งครับ รูปแบบข้างต้น ไม่มีถูกไม่มีผิดนะครับ ประเด็นคือคุณพอใจกับรูปแบบไหน เพราะบริษัทเล็กและใหญ่ต่างก็มีดีมีด้อย บางคนอาจจะชอบบริษัทเล็กเพราะไม่ชอบทำงานกับคนหมู่มาก ชอบสังคมเล็ก ๆ เป็นต้น

 

ผมเดาต่อว่าสถานการณ์ของน้องเปรียบเหมือนตอนนี้เขาอยู่ใน Series A  และทีมใน Series A ด้วยกันเอง ก็ไม่มาซื้อตัวซักกะที ไม่ส่งคนมาทาบทามเสียที ครั้นคนที่มีมาจีบส่วนใหญ่ดันมีแต่จากทีมที่อยู่ใน Series B/C/D หรือ Series รอง ๆ

สำหรับผมวิธีคิดคือ ถ้าต้องการจะย้ายไป Series ที่ลดลงสามารถทำได้ครับ แต่เราควรต้องได้ Very Big Improvement (เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เกิดขึ้น)เช่น เลื่อนตำแหน่งจาก Assist Manager ข้ามไปเป็น Senior Manager เลย (ปรับทีเดียว 2 ขั้น) และแน่นอนถ้าได้แบบนั้นเงินก็จะเพิ่มขึ้นตามเอง

 

สรุป

ส่วนประเด็นสุดท้ายในเรื่องนี้คือ การเปลี่ยนงานนั้นเป็น Long Term Game คุณต้องมองข้าม Shot ล่วงหน้าไปยังการเปลี่ยนงานบริษัทที่ 3 – 4 – 5 เลยว่า การเปลี่ยนครั้งนี้จะกระทบอะไรกับการเปลี่ยนงานครั้งถัด ๆ ไปหรือไม่ ไม่ใช่สักแต่ว่าขอให้ไปพ้น ๆ จากตรงนี้ก่อน แล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้า (ที่พูดแบบนี้ เพราะคนเกือบ 100% ที่ผมให้คำปรึกษา คิดแค่นั้นจริง ๆ ครับ ขอให้ผ่าน ๆ บริษัทปัจจุบันไปก่อนเป็นพอ ทนไม่ไหวแล้ว!! ขอไปก่อน!! ที่ไหนก็ได้!!!)

 

2. บริษัทเดิมไม่ตอบโจทย์เรื่องการเติบโตใน Career Path

สรุปเรื่องนี้สั้น ๆ คือ น้องรู้สึกว่า “โตช้า” ล่ะครับ ข้อนี้ผมค่อนข้างเข้าใจทั้งสองฝ่ายนะครับ คือทั้งตัวน้องเอง (พนักงาน) และตัวหัวหน้างาน (ตัวแทนบริษัท)

ตัวน้องเองเป็นตัวแทนของคน Gen Y ซึ่งคิดเร็ว ทำเร็ว มั่นใจในฝีมือ (ฝีมือนี่คงไม่ใช่ Gen Y ทุกคนนะครับที่มี) แน่นอนว่าการใช้เวลาในการเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ 1 ปี หรือ 2 ปี สำหรับคน Gen Y เปรียบเหมือนเป็นเวลาที่ยาวนานมาก

 

ข่าวร้าย Gen Y และ Career Path

แต่ข่าวร้ายสำหรับคน Gen Y ก็คือ Career Path นั้นทางลัดเหมือนการ search อะไรใน Google แทบจะไม่มี แต่ Career Path ของบริษัทร้อยละ 99 คือ ทุกก้าวย่าง ทุก Step ต้องใช้ความสามารถ+เวลา หรือ พูดแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ วัฒนธรรมองค์กรของบริษัทส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น

จากประสบการณ์ผม ในวงการ FMCG ชั้นนำ เอาเฉพาะบริษัทใหญ่ที่เป็นบริษัทฝรั่งข้ามชาติเอง มีเพียง 3-4  บริษัทเท่านั้นที่การ Promote นั้น อยู่บนพื้นฐานของความสามารถล้วน ๆ โดยที่ไม่มีข้อแม้ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ คุณอยู่ตำแหน่งนี้มานานกี่เดือนกี่ปี หรือปีนึงมีการปรับตำแหน่งแค่รอบเดียว ให้รอไปก่อน

ดังนั้นจะบอกว่าเรื่องความก้าวหน้าเกี่ยวกับดวงในการเลือกบริษัทด้วยส่วนหนึ่ง (คนส่วนใหญ่จะรู้ วัฒนธรรมองค์กร หลังจากได้เข้ามาร่วมงานแล้ว) เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ผิดที่ผิดทาง เรื่องทางด่วนทางลัด Career Path ก็คงหมดสิ่ทธิ์

 

3. การทำผลงานที่โดดเด่น ทำไมถึงไม่ได้รับการตอบแทน ด้วยการ Promote

เรื่องนี้เคยเล่าให้ฟังแล้วในบทความ ถ้าอยากจะโต ฝีมือ และ โอกาส ต้องมาพร้อมกัน กล่าวสรุปคือ การที่จะเติบโตในหน้าที่การงานนั้น มีทั้งปัจจัยภายใน ซึ่งคือ ฝีมือของคุณ และปัจจัยภายนอก ซึ่งควบคุมไม่ได้ คือ โอกาส ซึ่งทั้งคู่ต้องมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะเกิดการเจริญก้าวหน้า

  1. มีฝีมือ แต่ไม่มีโอกาส => อันนี้ก็ต้องรอไปเรื่อยๆ ครับ จนกว่าโอกาสจะมา
  2. ไม่มีฝีมือ แต่มีโอกาส => อันนี้น่าเสียดาย โอกาสมาแล้วแต่ เราไม่ถูกเลือก เพราะขาดฝีมือ
  3. มีฝีมือ และมีโอกาส => อันนี้เกิดยาก แต่ถ้าจะเกิดคุณต้องมีฝีมือพร้อมก่อนโอกาสจะมาถึง

โอกาสที่ว่า เช่น มีตำแหน่งว่างพอดี ซึ่งปัจจัยนี้เราไปยุ่งอะไรด้วยลำบากครับ ดังนั้น ทำได้อย่างเดียวคือ การรอ พร้อม ๆ กับทำตัวเองให้(ฝีมือ)พร้อม ด้วยการสร้างฝีมือให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อรอจังหวะ

 

สรุปทั้ง 3 ข้อ

เมื่อนำทั้ง 3 ข้อมาพิจารณารวมกัน เราจะได้ Choice หรือทางเลือกออกมามากมาย ไม่ใช่แค่เพียงย้ายไปบริษัทที่เล็กกว่า เพื่อปรับตำแหน่ง และเงินเดือนเท่านั้น เช่น

  1.  ทำที่เดิม รอโอกาสในการ promote
  2.  ทำที่เดิม พัฒนาตัวเองสร้างผลงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้นชัดขึ้น รอโอกาสในการ promote
  3.  หางานใหม่ ในบริษัทที่ใหญ่ขึ้น ด้วยตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น
  4.  หางานใหม่ ในบริษัทที่ใหญ่เท่าเดิม ด้วยตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น (ส่วนตัวไม่ค่อยเชียร์ใครให้ย้ายไปอยู่บริษัทที่เล็กลงนะครับ)

นี่แค่คิดเร็ว ๆ นะครับ ยังได้ตั้ง 4 ข้อ และแน่นอนครับ ทั้งหมดที่ว่ามา ต้องใช้เวลาในการรอโอกาส และใช้เวลารอเพื่อให้ตัวเลือกเข้ามาหาเรา ไม่ใช่ว่าทันทีที่เราอยากจะย้ายหรืออยากจะหางานใหม่ ตัวเลือกดี ๆ จะเข้ามา

และในทางกลับกัน ตัวเลือกที่เข้ามา ถ้าไม่ดีหรือดีไม่พอ เราก็ไม่จำเป็นต้องเลือก สามารถตัดทิ้งได้นะครับ ไม่ต้องเสียดาย สุดท้ายคือ ต้องรอเป็น และต้องเลือกเป็นครับ

หากจะให้ฟันธง ตัวเลือกที่น้องให้มา คือย้ายไปอยู่บริษัทที่เล็กลง สำหรับผมถือว่า เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ต้องตัดทิ้งครับ

 

เหตุการณ์นี้ผ่านไปได้สักเกือบปีละครับ จำได้ว่าสุดท้ายน้องเลือกเปลี่ยนงานตามที่เล่า ที่คุยกันล่าสุด ก็ Happy นะครับ เพราะฉะนั้นอ่านจบแล้วอย่าเชื่อผมหมดนะครับ ผมเดาผิดบ่อย ๆ ครับ (ก็บอกแล้วครับว่าไม่มีอะไรถูก อะไรผิด ผมก็ว่าไปตามเรื่องของ possibility แหะ ๆ)

 

 



ป.ล.1. add Line มาแชร์เรื่องต่างๆ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ  (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที) 

ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)
===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY
Image courtesy at Pixabay.com

 

จำนวนผู้เข้าชม 267 ครั้ง