เป็นเจ้านายตัวเอง


สงครามราคา (Price War) มีแต่เจ็บกับเจ็บ และสุดท้ายไม่มีใครได้ประโยชน์ และหากโชคไม่ดีอาจจะตายก่อน ถ้าถามว่ามีหนทางอื่นหรือไม่ ต้องตอบว่า มี และมีมากด้วย เพียงแต่ ใครจะคิดวิธีนั้นออก และบางครั้งไม่จำเป็นต้องคิดอะไรขึ้นมาใหม่ เพราะในชีวิตจริงมี Know-how ดีๆ ให้เราได้ศึกษาอยู่เต็มไปหมด เหลือเพียงแต่การนำไปประยุกต์ใช้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และข้อจำกัดของแต่ละธุรกิจ   ตัวอย่าง Know-how ที่ Retailer หรือวงการค้าปลีกใช้กับ ก็ถูกนำมาใช้กับ Case Study นี้ได้อย่างลงตัวครับ   เหตุเกิด ณ สถานที่แห่งหนึ่ง บริเวณนั้นมีไร่ส้มขนาดใหญ่ 2 แห่ง ตั้งอยู่คนละฝั่งของถนน อย่างที่เราทราบกันว่า พืช ผัก ผลไม้ เป็นสินค้าประเภท Commodity คือ เป็นสินค้าที่แทบจะหาความแตกต่างไม่ได้ ดั้งนั้นทั้งคู่จึงถือเป็นคู่แข่งกันโดยปริยาย   เนื่องจากสินค้าไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงตั้งหน้าตั้งตาห้ำหั่นกันทางราคา หากร้านหนึ่งขาย กิโลกรัมละ 19 บาท อีกร้านก็จะปรับราคาป้ายลงเป็น กิโลกรัมละ […]

ตัดราคา ณ. ไร่ส้ม : Business Case Study


ไม่แน่ใจว่าคุณจะคุ้นเคยกับคนที่ทำหน้าที่ที่เรียกว่า Mentor (อ่านว่า เมนทอร์) หรือว่า พี่เลี้ยง หรือไม่? คนๆนี้ทำหน้าที่ตามชื่อเลยครับ คือ เป็นพี่เลี้ยงให้กับคนที่ต้องการใครสักคนช่วยสอน ช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ แน่นอนว่าผู้ที่ต้องการ Mentor มักจะเป็น Executive (ผู้บริหาร) หรือ Entrepreneur (ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการ)   เหตุที่เขาเหล่านั้นต้องการ Mentor ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการลองผิดลองถูกที่หลายครั้งมีเดิมพันสูง อาจจะสูงเลยไปถึงความมั่นคงขององค์กรที่เขาเหล่านั้นดูแลเลยก็ว่าได้   ผมเองมีโอกาสเป็น Mentor ให้กับ Young Entrepreneur หลายราย แน่นอนว่าหลายครั้งจะเจอคำถามที่ Surprise  อย่างเช่น   “ลูกน้องหางานใหม่ หนูไล่ออกดีมั๊ยคะ?”   ส่วนหนึ่งของบทสนทนา ระหว่าง ผม กับ เจ้าของกิจการรุ่นน้อง   เจ้าของ : พี่ค่ะ หนูไปแอบรู้มาว่า มีน้อง(พนักงาน)คนนึง กำลังหางานใหม่ พี่ว่า หนูไล่เค้าออกดีมั๊ย? Pop : […]

ลูกน้องหางานใหม่ หนูไล่ออกดีมั๊ยคะ?


2
“สวัสดีคะ ติดตามอ่านบทความทางเฟสมานานละคะ เลยขอปรึกษา ทำงานมานาน ที่ผ่านผลงานเข้าตามาตลอด จนกระทั่งเราได้ลาคลอด แล้วกลับมาทำงาน เราโดนผู้ใหญ่พูดตรงๆว่า หลังจากคุณมีลูกความตั้งใจของคุณหายไปครึงนึงเลยนะ เราเลยคิดว่า ผู้ใหญ่วัดจากอะไร”   ตอบ : ขอเล่าก่อนว่าผมเคยผ่านการทำงานในหลายบริษัท แน่นอนว่าเคยผ่านการมีหัวหน้ามามากกว่านั้น บางบริษัทปีหนึ่งเปลี่ยนหัวหน้าไปสองคน  และหัวหน้าแต่ละคน แม้จะเก่งเหมือนกัน แต่สไตล์ในการทำงานนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนทำงานด้วยแล้วก็รู้สึกสบาย บางคนทำด้วยแล้วรู้สึกแบบนั้น โดยแต่ละบริษัทที่เคยร่วมงานจะมีวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ที่คล้ายกันคือ Result-oriented หมายความว่าเน้นที่ผลลัพธ์ของงาน มากกว่าสิ่งอื่นใด เช่น วิธีการ เครื่องมือ   Corporate Culture เปรียบเสมือนตัวกำหนดพฤติกรรมต่างๆ ของคนในองค์กร มีทั้งแบบที่เกิดจากความตั้งใจ และเกิดด้วยความไม่ตั้งใจ ดังนั้น หากเหตุการณ์ที่ถาม เกิดขึ้นกับผม ผมก็แค่คิดว่าว่า ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์ของหัวหน้า ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับตัววัฒนธรรมองค์กรนั้นๆก็เป็นได้ ผมขออนุญาตเล่านิทานให้ฟังเรื่องนึงนะครับ (ย้ำว่าเป็นนิทานที่ไม่มีอะไรเป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย) (อีกบทความที่เกี่ยวกับ Corporate Culture – ผิดที่ ผิดทาง ผิดCulture? – ผิดที่ใคร) บริษัทญี่ปุ่น กับ บริษัทอเมริกาเหนือ ตกลงที่จะแข่งเรือแคนูที่แม่น้ำ […]

อเมริกันสไตล์ (คน)สั่ง 8 (คน)ทำ 1 : Corporate Culture



ผมขอพาคุณย้อนกลับไปไม่นานในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อประมาณ 10 ปีเศษ ขณะนั้น ขณะที่อุตสาหกรรม IT อยู่ในช่วงเฟื่องฟู ต่างมีบริษัทหน้าใหม่ก่อเกิดขึ้นมากราย แน่นอนว่าเขาเหล่านั้นมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ที่ต้องการจะเป็นดาวรุ่ง   แต่หนทางสู่ดวงดาวนั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่า มีโอกาสสูงมากที่จะมีค่าไม่ต่างกันกับหนทางสู่ความหายนะ เพราะในเวลานั้นใครก็ตามที่กล้าท้าทายยักษ์ใหญ่ในวงการ ก็มักจะถูกเจ้ายักษ์สอยร่วง เพราะไม่ว่าจะด้วยขนาดธุรกิจหรือสายป่านเงินทุน แน่นอนว่าไม่มีใครอาจเทียบรัศมีได้ Microsoft ผู้ที่พร้อมจ้องทำลายศัตรู หรืออนาคตศัตรูทางการตลาดในทุกรูปแบบ ในขณะนั้น ปีค.ศ. 2000 Microsoft มีรายได้ 23 พันล้านเหรียญ (23,000 ล้านเหรียญ x 30 บาท = 690,000 ล้านบาท)   Web Search Engine (เว็บสืบค้นหาข้อมูล) เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ Microsoft ให้ความสนใจอย่างมาก รวมถึงรายอื่นๆ อีกมากมาย แต่กลับไม่มีรายใดเลยให้ความใส่ใจ ที่จะกล้าลงทุน พัฒนา ด้วยมุมมองที่ไปในทางเดียวกัน คือ ไม่ว่าจะทำอย่างไร Web Search Engine ก็ไม่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ ดังนั้นคงไม่ต้องพูดถึงกำไรจากธุรกิจนี้   ในซอกหลืบเล็กๆ ใน […]

ไก่รองบ่อน : Entrepreneur


นานมาแล้ว ครั้งแรกที่ได้ยินก็ประทับใจกับประโยคนี้มาก   ถอดความเป็นไทยได้ประมาณว่า “ถ้าเอ็งอยากจะไป”เร็วๆ” ให้ไปคนเดียว แต่ถ้าเอ็งอยากจะไปให้ได้ระยะทาง”ไกลๆ” ให้ไปด้วยกัน(เป็นทีม)” ฟังเสร็จ คิดตาม มันอิ่ม มันอินมาก นึกภาพตามได้เป็นฉากๆ ลามไปถึงความเชื่อว่า Teamwork เป็นหลักหนึ่งที่ดีที่สุดในการทำงานและหากมนุษย์ออฟฟิศคนใดที่ไม่บูชาคำนี้ ถือว่า แปลกคน   ถามว่าตอนนี้ไม่ปลี้มกับประโยคนี้แล้วหรือไร? ตอบว่า ก็ยังโอเคอยู่ครับ แต่จากการพูดคุยกับ Candidate จำนวนมาก ทำให้พบสัจจธรรมข้อหนึ่งว่า Teamwork ไม่ได้เหมาะ ไม่ได้ดูดีสำหรับทุกคนเสมอไป   รู้ทั้งรู้ แต่ไฉนหามีใครใคร่แตะด้านมืดของ Teamwork เท่าไหร่นัก แล้วจะมีสักกี่คนที่ยอมรับ หรือพูดถึงปัญหาจาก Teamwork แล้วจริงๆ มันก็มีเส้นบางกันอยู่ระหว่างด้านสว่าง และด้านมืด อาทิเช่น (ด้านสว่าง) ทำอะไร ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากส่วนรวม  vs. (ด้านมืด) พวกมากลากไปแม้บางครั้งอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด (ด้านสว่าง) ต้องบริหารอารมณ์ของทีมงานทั้งทึม vs. (ด้านมืด) ต้องเสียเวลาทำให้ใจทุกคนพอใจ (ด้านสว่าง) ต้องบริหารความคาดหวังของทีมงาน vs. (ด้านมืด) อย่าได้มีอะไร Surprise […]

อีกมุม(อับ)ของ Teamwork


1
ย้อนกลับไปยังสมัยที่ผมเริ่มทำงานได้ไม่นานนัก ตอนที่ยัง(ละ)อ่อนด้อยประสบการณ์ทั้งด้านการทำงาน ด้านงานยังไม่ประสา ด้านการบริหารคนนั้นจึงเรื่องอนาคตที่ไกลตัวมากๆ คงเดาได้ไม่ยากว่า คำว่า “ผู้นำ” สำหรับผมในตอนนั้น จึงเป็นเหมือนคำที่สูงส่ง เลอค่า และแน่นอนเป็นเป้าหมายระยะยาวในการเรียนรู้   บทเรียน “ผู้นำ” นั้นมีให้เห็นอยู่รอบๆ ตัวเรา และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ก่อนที่จะถึงวันที่ได้รับตำแหน่งผู้จัดการ หรือ หัวหน้าทีม วันหนึ่ง (อาจด้วยความบังเอิญ แต่ผมคิดว่าเป็นโชคมากกว่า) หูเจ้ากรรมของผมดันแอบไปได้ยินบทสนทนาของผู้บริหารระดับสูงสองท่าน เรื่อง Leadership ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ผมจำได้ขึ้นใจ และถือเป็นบทเรียนสำคัญอันดับต้นๆ ก่อนการก้าวมารับบทบาทผู้นำของผม   ผู้อาวุโส (ในฐานะหัวหน้างาน) ได้เอ่ยกับผู้บริหารหนุ่มไฟแรง(มากๆ)ว่า “คุณเป็นคนเก่งมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน ผมไม่เคยสงสัยในความ Perfect ของงานที่กลั่นจากสมองคุณแม้แต่น้อย แต่คุณรู้อะไรมั๊ยว่า การจะ Lead คนหรือทีมงาน ไม่ใช่จะสามารถ Lead ด้วย Head เพียงอย่างเดียว แต่ต้อง Lead ด้วย Heart ไปพร้อมๆ กัน”   จุดเริ่มต้นของคนที่ต้องการเป็นผู้นำ มักจะมุ่งเน้นไปที่การก่อร่าง […]

ผู้นำแบบ Head หรือ Heart ?



1
ถาม : ไม่แน่ใจว่าหนักไหม คือทำงานมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าเรายังหา dream job หรือ passion ไม่เจอคะ มีแต่งานที่เราก้อทำได้ เวลาได้ทำหรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จะสนใจและพยายามทำมากคะ  แต่พออยู่ตัว ก้อจะเริ่มเนือย  ถ้าเพื่อนร่วมงานดี นายดี หรือ benefit ดี ก้อจะอยู่นานหน่อยคะ ตอบ : Passion สำหรับผม ผมว่ามี 2 ตำราหลักๆนะครับ แต่ส่วนใหญ่ คนจะได้ยินหรือรู้จักอยู่แค่ตำราเดียว คือ Passion ในงานประจำ(งานหาเงิน) แต่สำหรับใครบางคน passion อยู่ในงานอดิเรก อยู่ในงาน side line หรืออาจจะอยู่ในงานที่ไม่ได้ทำเงินครับ ก็เป็นไปได้ครับ เพราะฉะนั้นหา passion ในงานประจำไม่เจอ ก็ลองหาข้างนอกดูครับ   ผมขอถือโอกาสนี้ เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ Passion ให้ฟังครับ ผมได้มีโอกาสฟังบทสัมภาษณ์ของนักเขียน ที่เป็นทั้งนักลงทุน และเจ้าของกิจการใน USA ท่านหนึ่ง […]

Passion – ต่างหนทาง แต่สู่จุดหมายเดียวกัน


ไม่แน่ใจว่า ผมเป็นคนเดียวรึเปล่า ที่มักรู้สึก Fail เวลาที่ถูกสกัดดาวรุ่ง ยิ่งโดยเฉพาะ ตอนที่ ”ไอเดียบรรเจิด” คิดต่างจากคนส่วนใหญ่ แต่มีชายคนหนึ่งที่เกือบทั้งชีวิตเขา ต้องอยู่กับการถูกหัวเราะเยาะใส่   ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุ 5-6 ขวบ เด็กชายตัวน้อย เคยบอกพ่อเขาว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องเป็นเจ้าของสายการบิน แน่นอนว่าสิ่งที่เขาได้รับคือ เสียงหัวเราะอันน่าเอ็นดู   สมัยเรียนไฮสคูล เขาจึงถูกส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ และด้วยความคิดถึงบ้าน เขาอยากจะกลับบ้าน(มาเลเซีย)บ้าง แต่แม่เขาปรามด้วยเหตุผลว่า ค่าเครื่องบินมันแพงเกินไป(เมื่อเทียบกับฐานะครอบครัวธรรมดาของเขา) แต่เขากลับตอบแม่ว่า สักวันเขาจะทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินถูกลงให้ได้ เช่นเคย สิ่งที่ได้รับคือเสียงหัวเราะ พร้อมรอยยิ้มให้กำลังใจ   กระทั่งเติบโตมีหน้าที่การงานใหญ่โตในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่ง ค่ำคืนหนึ่ง เขาเห็นโฆษณาสายการบินอีซีเจ็ตทางโทรทัศน์ และสนใจในแนวคิดสายการบินต้นทุนต่ำ แล้วเขาก็บอกกับตัวเองว่านี่คือธุรกิจที่เขาอยากทำ เขาจึงไม่รอช้า รีบโทรศัพท์ไปบอกภรรยาถึงแผนการ แต่สิ่งที่ได้รับคือ เธออดหัวเราะไม่ได้   เรื่องที่ทำให้เขาถูกหัวเราะยังไม่หมดแค่นั้น ด้วยความกล้าบ้าบิ่น เขาประกาศว่า   “ผมขอซื้อ แอร์เอเชีย ในราคา 1 ริงกิต” แต่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ดร. […]

ผมขอซื้อ แอร์เอเชีย ในราคา 1 ริงกิต


ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ความรู้สึกกับคำว่า LayOff สำหรับผม ถือเป็นเรื่องปกติ หรือเรื่องเฉยๆ และ ส่วนตัวออกจะชื่นชอบทางออกแนวนี้ด้วยซ้ำ เพราะผู้ที่ถูกเลือก ประหนึ่งเหมือนคนที่ถูกหวย เพราะเขาเหล่านั้นที่ถูก LayOff จะได้รับเงินชดเชย หรือที่หลายคนเรียกว่า “ค่าตกใจ” ไปคนละจำนวนไม่น้อย และสำหรับคนที่อายุงานนานๆ อาจได้รับเงินมากถึงขนาดที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข คืออยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำงานได้เป็นปีๆ   ถ้าจะถามว่าเหตุผลใดที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับ LayOff หนึ่งในสาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะ LayOff เป็นทางออกที่มัน Fair (ยุติธรรม) ดี Fair สำหรับทุกฝ่าย ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า   คำว่า LayOff หากแปลเป็นไทย อาจจะฟังดูรุนแรงสักหน่อยว่า “ถูกปลด” หรือ “เลิกจ้าง” ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ทำเพื่อ ความอยู่รอดของบริษัทหรือขององค์กร   ถ้าจะมองกันแบบโลกสวย การมีอยู่ขององค์กรธุรกิจ คือ ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น นำความสุขสบายให้กับชาวโลก แก้ปัญหานั่น โน่น นี่ ให้กับชาวโลก   แต่ถ้าเอาแบบโลกแห่งความเป็นจริง การมีอยู่ของทุกธุรกิจ ก็หนีไม่พ้น สร้างกำไรที่เพียงพอ เพื่อหล่อเลี้ยงทุกคนในองค์กร และสร้างความมั่งคั่งให้กับเจ้าของ หรือหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น   ดังนั้นหากธุรกิจประสบปัญหา สะดุดด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ […]

ถึงเวลาที่เราต้องเห็นแก่ตัว รึยัง? : Work-life Balance