Guest Interview – Career Coach Meeting – 18 Jul 2015


เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา ทาง salaryDIY.com ร่วมกับ iTalent (Thailand) Co., Ltd. จัดงาน Career Coach Monthly Meeting 


**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน พฤษภาคม 2015**

**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน มีนาคม 2015**

**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน กุมภาพันธ์ 2015**

**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน มกราคม 2015**


โดย หนึ่งในวัตถุประสงค์คือ สนทนากับ Guest Speaker ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจากอุตสหากรรม(วงการ)ต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเป็น Role Model ในการวางแผนแนวทางการทำงานของผู้เข้าร่วมงานให้ตรงกับความเป็นจริงที่สุด

อ่านวัตถุประสงค์อย่างละเอียดได้ที่ Career Coach Monthly Meeting 

รอบ นี้ เราได้รับเกียรติจาก Guest Speaker ซึ่งดำรงตำแหน่ง Cheif Financial Officer (CFO) ในบริษัทน้ำมันระดับโลก หญิงแกร่งที่ไม่ได้มี Profile สวยหรู แต่ไปได้ถึงทุกฝันที่ตั้งเป้าหมายไว้กับตัวเอง


บทสัมภาษณ์บางส่วนจากในงาน

Career Path Achievement

ถาม : งานอะไรที่วางแผนที่จะทำหลังเรียนจบ แล้วได้ทำตามแผนที่วางไว้หรือไม่?

ตอบ : ฝันว่าอยากจะเป็นครูสอนนักเรียนในโรงเรียนชนบท ก็เลยเลือกเรียนในสายครู จบมาก็ได้เป็นครูตามที่ตั้งใจไว้

แต่พอได้เริ่มงานเป็นครู สิ่งแรกที่ได้เรียนรู้ในชีวิตการทำงานคือ งานในฝัน กับชีวิตจริงนั้นไม่เหมือนกัน เพราะสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับอาชีพครูก่อนเรียนจบนั้นแตกต่างจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเราเป็นคนที่ค่อนข้างรู้จักตัวเองดี จึงใช้เวลาแค่เพียง 1 วันในการตัดสินใจลาออก เพราะประเมินสถานการณ์แล้วว่าตัวเองนั้นไม่เหมาะกับงานนี้มากๆ

 

ถาม : เริ่มรู้จักคำว่า Career Path ตั้งแต่ตอนไหน?

ตอบ : ทำงานมาสักพักใหญ่ (หลายปี) โดยที่ไม่รู้จักคำว่า Career Path แต่เนื่องจากตัวเองทำงานดูแล Payroll (บัญชีเงินเดือน) ของบริษัท จึงทำให้ทราบเงินเดือนของคนแต่ละตำแหน่ง และได้เรียนรู้และวิเคราะห์ว่า เงินเดือนของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แม้แต่คนที่มีคุณสมบัติเหมือนกันก็เงินเดือนไม่เท่ากัน และคนที่จบการศึกษาดีกว่าก็ไม่ได้แปลว่าจะเงินเดือนสูงกว่าคนที่จบการศึกษาธรรมดา

พอเข้าถึงข้อมูลนี้ จึงทำให้ตัวเองได้คิดและเริ่มตระหนักว่า จริงๆแล้ว คุณจะเป็นใคร การศึกษาดีแค่นั้น จริงๆแล้วไม่มีผลกับเงินเดือนที่ได้รับ เพราะฉะนั้นตัวเราเองก็เช่นกัน สามารถจะไปทำอะไรหรืออยู่ตรงไหนของบริษัทก็ได้ถ้าต้องการ จึงได้เริ่มวางแผนกับตัวเองว่า ตั้งเป้าหมายเรื่องนี้ และบอกกับตัวเองว่าเราต้องมี movement อยู่ตลอดเวลา ไม่แช่อยู่ตำแหน่งไหนนานเกิน

 

ถาม : ได้เงินเดือนถึง 100,000 ตอนอายุเท่าไหร่? มีการวางแผนหรือไม่อย่างไร?

ตอบ : ตัวเองไม่เคยตั้งเป้าหมาย หรือวางแผนเรื่องเงินเดือนเลยว่า จะต้องถึงเท่านี้เท่านั้น ตลอดเวลาที่ทำงานคิดเพียงอย่างเดียวว่า ทำอย่างไรเราจึงจะพัฒนาการทำงาน และมีความสามารถเท่ากับหัวหน้าเราได้ พอวางแผนแบบนี้เราจึงมีอะไรให้คิดให้ทำค่อนข้างเยอะ และสุดท้ายเราก็ได้ขยับขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องเงินเดือนที่สูงขึ้นนั้น เหมือนเป็นผลพลอยได้จากตำแหน่งหน้าที่ที่ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ

 

ถาม : คิดว่าการทำงานเฉพาะด้าน หรือหลายๆด้าน และการทำงานในบริษัทเดียวกับย้ายงานหลายบริษัท แบบไหนจะมีผลดีต่อ career path มากกว่ากัน?

ตอบ : ส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้ และตลอดเวลาการทำงานจะพยายามเรียนรู้งานหลายๆด้าน เพิ่มงานด้านใหม่ๆ ตลอดเวลา และการที่มาถึงจุดนี้ก็เพราะการจับงานที่หลากหลายด้าน

แต่ก่อนจะเปลี่ยนด้าน คุณต้องแน่ใจว่างานที่คุณทำ หรือสิ่งที่คุณได้รับมอบหมายนั้น คุณเป็น Expert หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ รู้ลึก รู้ละเอียด และรู้จริง และได้รับจากผู้อื่น (หัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน)


ประสบการณ์ก่อนจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

ถาม : ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะได้มายืนจุดนี้

ตอบ : คิดไว้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าต้องเป็นตำแหน่งอะไร วงการไหน เพียงแต่ตั้งเป้ากับตัวเองว่า เราจะต้องเห็นความก้าวหน้าตัวเองเรื่อยๆ ไม่ย่ำอยู่กับที่

 

ถาม : ถ้าย้อนเวลากลับไปหาตัวเองสมัยเรียน หรือช่วงทำงานใหม่ๆ อยากจะบอกกับตัวเองว่าอะไรบ้าง

ตอบ : ช่วงเวลาที่ผ่านมาในชีวิตทุกช่วง คิดว่าตัดสินใจทุกเรื่อง ณ วันนั้นๆได้อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้น ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปแก้อะไรได้ ไม่คิดว่ามีอะไรอยากจะเปลี่ยนแปลงเลย

 

ถาม : เป้าหมายในหน้าที่การงานหลังจากนี้คืออะไร

ตอบ : เป้าหมายหลังจากนี้คือ อยากเป็น CEO ขององค์กรที่ผ่านมรสุม และอยากเป็นคนที่พาบริษัทนั้นให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

 

ถาม : ในตอนที่เป็นผู้ถูกสัมภาษณ์มีการสัมภาษณ์ครั้งไหนที่ประทับใจที่สุด

ตอบ : คิดว่าเป็นบริษัทก่อนหน้านี้ ต้องเล่าก่อนว่า จริงๆ ก่อนไปสัมภาษณ์ที่นี้ ตัวเองรู้สึกยังไม่พร้อมด้วยสภาพจิตใจที่อาจจะยังสับสน ดังนั้นการไปสัมภาษณ์ที่นี่จึงไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่พอถึงวันที่สัมภาษณ์ เหมือนเรา Click กับผู้สัมภาษณ์ รู้สึกเลยว่าที่นี่แหละเป็นที่ของเรา วันนั้นถูกสัมภาษณ์หลายรอบ และก็รู้สึกเหมือน Click กับเพื่อนร่วมงานและ Culture ของบริษัทนั้น


แนะนำเทคนิคการเลือกคนเข้าทำงาน

ถาม : แต่ละบริษัทที่เคยร่วมงาน ต้องการคนเหมือนหรือต่างกัน และหากต่าง ต่างกันอย่างไร

ตอบ : ต่างกันมาก แค่ประเภทธุรกิจต่างกัน คนก็ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ตัวเองมาจากวงการ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) ซึ่งเป็นวงการที่ detail เยอะ ต้องทำอะไรคราวละมากๆ ดังนั้นจึงต้องทำอะไรว่องไว และ Active มากๆ พอย้ายไปอยู่บริษัทใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทที่เกือบๆจะ Monopoly (ผูกขาด) แต่เรายังทำตัวเหมือนเดิม คือ Active มากๆ เลยกลายเป็นว่า เราทำตัวแตกต่างจากคนอื่นๆ เพราะโลกในบริษัทใหม่เหมือนจะเดินช้ากว่าโลกในบริษัทเก่าที่เราเคยอยู่ ซึ่งเราก็ต้องปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้นๆ

ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ความต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเราชอบทำงาน หรือมีสไตล์การทำงานแบบใด และหากเป็นไปได้ควรศึกษาปัจจัยนี้ก่อนไปสมัครงานที่ใดเพื่อไม่ให้เกิด Culture Shock

 

ถาม : เห็นแนวโน้ม หรือการเปลี่ยนแปลงของ Generationใหม่ๆ หรือไม่อย่างไร

ตอบ : คิดว่าเด็กรุ่นใหม่เป็นคนเก่งมาก เรียนรู้ได้เร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองจะมีงานทำต่อไปอีกนาน (ไม่ถูกเด็กรุ่นใหม่แย่ง) เพราะว่าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ๋ไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่ หมายความว่า เขาเหล่านั้นมีโอกาสที่จะผ่านเกณฑ์การทดสอบเพื่อก้าวไปเป็นมืออาชีพได้ยาก

 

ถาม : รับพิจารณา candidate ที่ไม่มีประสบการณ์ตรง

ตอบ :  เกณฑ์ส่วนตัวข้อหนึ่งในการพิจารณารับคนเข้าทำงานคือ Attitude (ทัศนคติ) เพราะเรื่องอื่นคิดว่าสามารถฝึกกันได้หมด ในขณะที่เรื่อง Attitude นั้นฝึกยาก เปลี่ยนกันได้ยาก เพราะฉะนั้น หาก Candidate ไม่มีประสบการณ์การตรง แต่มี Attitude ตรงตามที่ต้องการก็ยินดีพิจารณา และยินดีรับ


ประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ Candidate

ถาม : ข้อผิดพลาดที่ candidate ส่วนใหญ่เป็นเหมือนๆกันคืออะไร?

ตอบ : Candidate ส่วนใหญ่จะเตรียมตัวกันมาดีเกินไป จนทำให้รู้สึกว่า ทุกอย่างที่ทำ หรือที่ตอบมาจากการเตรียมการมาก่อนอย่างดี ซึ่งเรารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่ธรรมชาติของเขา ทำให้เราเดาไม่ถูกจริงๆว่า เวลาทำงานจริงๆแล้วเขาจะเป็นอย่างไร

 

ถาม : ตัวอย่างของ First impression ที่ผ่านมาที่รู้สึกชอบที่สุด

ตอบ : ต่อจากข้อที่แล้ว ชอบคนที่เป็นธรรมชาติ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และมีความมั่นใจในตัวเอง ถ้าจะให้ยกตัวอย่างล่าสุดที่เพิ่งสัมภาษณ์คือ ทันทีที่ Candidate เข้าห้องมา เขาสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ทั้งเราและเขารู้สึกผ่อนคลายในการคุยกัน

 

ถาม : ทำอย่างไรเมื่อเจอ Candidate ที่เก่งถูกใจ แต่เงินเดือนสูงเกิน budget ที่ตั้งไว้

ตอบ : ถ้าเจอคนที่ใช่ แม้ว่าเงินเดือนจะเกิน Budget ไป ก็จะลองทำเรื่องเสนอผู้ใหญ่ พร้อมให้เหตุผลว่า ทำไมเราจึงถึงต้องการ Candidate คนนี้ และหากเงินเดือนสูงเกินไปมาก สิ่งที่จะต้องทำเพิ่มคือ จะเพิ่มงาน หรือเพิ่มความรับผิดชอบอื่นๆ ให้กับคนๆ นั้น เพื่อให้เห็นความคุ้มค่าของเงินที่จ้าง

ส่วนตัวเชื่อว่าบริษัทส่วนใหญ่สามารถใช้วิธีการแบบนี้ได้หมด เพียงแต่ขั้นตอนนั้นอาจจะยุ่งยาก

 


ปล.1 เตรียม พบกับ Role Model ผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานคนต่อไป ในงาน Career Coach Meeting รอบล่าสุดได้เร็วๆนี้ ที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/


ป.ล. 2. add Line มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน มกราคม 2015**

**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน กุมภาพันธ์ 2015**

**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน มีนาคม 2015**

**สรุปบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง Guest Speaker เดือน พฤษภาคม 2015**


 

Pop – Chutipong Benjasatkul

===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY

จำนวนผู้เข้าชม 963 ครั้ง