คนเปลี่ยนงานบ่อย เราจะแน่ใจว่าเขาจะอยู่กับเรานาน?


คำถาม : คนที่เปลี่ยนงานบ่อย เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะอยู่กับเรานานหรือไม่ หรือว่าจะเปลี่ยนอีก เราก็ว่าบริษัทเราดี คนออกน้อย แต่เราก็ไม่ค่อยอยากเสี่ยงกับคนที่มีประวัติเปลี่ยนบ่อย


 

ตอบ : ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเปลี่ยนงาน คุณจะเข้าใจเลยว่า การเปลี่ยนงานนี่ ถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่กันเลยทีเดียว

 

เพราะฉะนั้น อันดับแรกเราต้องเข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่า การที่คนๆ หนึ่งตัดสินใจจะเปลี่ยนงาน เขาคนนั้นต้องคิดอะไรเต็มไปหมด แต่จะมีปัจจัยหลักๆ ที่เขาใช้ในการลงคะแนนตัดสินใจให้กับตัวเองว่าจะไปหรือไม่ไปอยู่ไม่กี่เรื่อง ผมขอเรียกสิ่งนั้นว่า Motivation (แรงจูงใจ หรือแรงกระตุ้น) ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ เงินเดือนที่สูงขึ้น (แบบที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ)

 

ดังนั้นหน้าที่ของเรา (ไม่ว่าจะเป็น HR หรือ Line Manager หรือ เจ้าของธุรกิจ) คือ การค้นหาให้เจอว่า Motivation แต่ละครั้งที่ทำให้เขาคนนั้นเปลี่ยนงานคืออะไร ถ้าเป็นไปได้คือ Motivation ในทุกครั้งที่เปลี่ยนงาน

 

เหตุที่ผลใช้ต่อท้ายคำว่า motivation ด้วยคำว่า “จริงๆ” เพราะผมต้องการเน้นครับเน้นว่า เวลาที่เราสัมภาษณ์ด้วยคำถามที่ถามตรงๆ ว่า “เหตุผลอะไรที่คุณเปลี่ยนงาน” คุณมีโอกาสได้คำตอบหลอกๆ เพราะ

  1. คนบางคนนั้นไม่พูดความจริง เพราะเกรงว่า คำตอบนั้นอาจจะมีผลให้ไม่ผ่านสัมภาษณ์
  2. และก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าทำไมจึงตัดสินใจเปลี่ยนงาน (อันนี้ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ มีจริงๆครับ)

ผมขอข้ามทักษะในการค้นหาความจริง เพราะเกี่ยวกับเรื่องทั้งศาสตร์และศิลป์ ประกอบกับประสบการณ์ชั่วโมง(บิน)ในการสัมภาษณ์คน (เอาเป็นว่าใครอยากทราบ Line  @salarydiy มาคุยกันก็ได้นะครับ)


 

หลังจากที่เราแน่ใจแล้วว่า เราทราบถึง Motivation ของการเปลี่ยนงานครั้งที่ผ่านมาของ Candidate คนที่เราสัมภาษณ์อยู่ เราก็ต้องย้อนกลับมาดูว่า มีปัจจัยแบบเดียวกันนั้นในบริษัทเรา หรืองานที่เรากำลังจะให้เขาทำหรือไม่ครับ เช่น เขาลาออกเพราะต้องเลิกงานดึกทุกวัน (3ทุ่ม) หรือทำงานนอกเวลางานเป็นประจำ หากบริษัทเราเป็นแบบนี้ ก็เลี่ยงไม่ต้องคบหากันตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์นี่เลยครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วยกันทั้งคู่ เพราะอยู่ไม่นานแน่

 

และสุดท้ายเราคงต้องเข้าใจด้วยว่า การลาออกนั้นไม่ได้มี Motivation จากแค่ปัจจัยหนึ่งปัจจัยเดียว ส่วนใหญ่จะเกิดจากหลายๆ ปัจจัยมาขมวดรวมกัน ซึ่งสัมภาษณ์งาน หรือการพูดคุยกันเพียงแค่ไม่กี่นาที อย่างไรก็ไม่สามารถค้นหา และทำความเข้าใจได้ทั้งหมดครับ

 

เพราะฉะนั้น อีกแนวหนึ่งที่ผมอยากแนะนำให้ทำคือ แทนที่จะหาว่า เขาลาออกเพราะอะไร เปลี่ยนเป็น หาว่าอะไรที่จะทำให้เขาอยู่กับเราได้นานที่สุด น่าจะดีกว่า

 

Best Case หรือกรณีที่ดีงามที่สุดคือ การนำ Goal (เป้าหมาย) ในชีวิตและการทำงานของ Candidate ปรับ(บางเรื่อง บางหัวข้อ)ให้สอดคล้องกับ Goal ของบริษัทหรือองค์กรของเรา ซึ่งแน่นอนคงต้องหา Goal ที่เหมือนหรือคล้ายกันให้ได้มากที่สุด

 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้า Candidate ต้องการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น หากบริษัทเองก็มีนโยบายแบบนี้อยู่แล้ว แบบนี้ก็ win-win กันหมดครับ หรือ Candidate บางคนต้องการรายได้ทีสูงมากๆ ก็ผลักดันให้ไปเป็นพนักงานขาย ที่รายได้ขึ้นอยู่กับผลงาน (ขายมาก ได้ค่าคอมมิชชั่นมาก) เป็นต้น

 

บริษัทก็คือบริษัท เป็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่คนในบริษัทต่างหากที่ทำให้บริษัทนั้นมีชีวิต ดังนั้นอยากจะฝากให้เรามอง Candidate เป็นมนุษย์ธรรมดา เหมือนเราๆ ท่านๆ ที่มีความต้องการขั้นพื้นฐาน มีชีวิตจิตใจ เพราะฉะนั้นปฏิบัติต่อเขา เช่นเดียวกับที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา

 

บทความที่เกี่ยวข้อง “คนเปลี่ยนงานบ่อย กับ คนเก่ง”


ป.ล.1. add Line มาแชร์เรื่องต่างๆ หรือให้ผมช่วยแนะนำทางเลือกกันได้นะครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที) 

ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)
===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY
Image courtesy at Pixabay.com
จำนวนผู้เข้าชม 975 ครั้ง