แค่เปลี่ยนมุมมอง ชีวิตก็เปลี่ยน   Recently updated !


คำถาม : พี่ป๊อปครับ ผมรู้สึกแย่มาก งานมันสบายเกินไป ไม่เหมาะกับตัวเอง อยากทำงานหนักกว่านี้ ตอนนี้รู้สึกว่ายิ่งอยู่ ยิ่งทำงานนี้แล้วยิ่งหดหู่

 

ผมเคยฟังบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ Ed Catmull ผู้ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และร่วมทำงานกับ Steve Job ในยุคแรกๆ ของค่ายหนังแอนนิเมชั่น Pixar ซึ่งปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเป็น President of Pixar Animation Studios และ Walt Disney Animation Studios บริษัทที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างหนักหน่วงตลอดเวลา

 

Ed Catmull เล่าให้ฟังถึงที่มาของความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ มากมาย ที่เขาและทีมงานใช้ในการสร้างผลงานการ์ตูนดังๆ หลายเรื่องเช่น Toy Story, หรือการ์ตูนเรื่องล่าสุดที่ผู้ใหญ่ดูได้ เด็กดูดีอย่าง Inside Out

 

สำหรับคนธรรมดาอย่างคุณอย่างผม ที่วันๆ นึง รายล้อมไปด้วยความวุ่นวายนานาสารพัด ครั้นให้เราเลือกเรื่องราวที่เราพบเห็นอยู่ทุกวัน การเลือกเรื่องออกมาเล่านั้นว่ายากแล้ว แต่ความจำเจที่พบเห็นอยู่ทุกวันนั้น ยิ่งยากกว่า เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าทุกเรื่องเป็นที่แสนจะธรรมดาไม่น่าพิศมัย  แต่สำหรับ Ed Catmull นั้น มีวิธีเล่าเรื่องที่เราเห็นเป็นเรื่องธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ นั่นเพราะเขาใช้วิธี Learning to See คือ วิธีเรียนรู้วิธีการมอง เรียนรู้ที่จะมองสิ่งต่างๆ ในมุมมองที่แตกต่างออกไป เช่น ของเล่นที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เรามองอย่างไรก็เป็นแค่ของเล่นธรรมดา แต่หากใช้วิธี Learning to See ของเขา เขากลับเลือกที่จะมองมุมใหม่ มุมที่ไม่มีใครเคยคิดจะมองมาก่อน คือ เขาสมมติให้ตัวเขาเองเป็นของเล่น แต่เป็นของเล่นที่มีชีวิต จากนั้นก็เริ่มมองไปที่ของเล่นด้วยกันเอง มองไปที่เจ้าของของเล่น

 


ส่วนตัวผมในฐานะ Headhunter และ Career Coach ได้รับคำถามอยู่บ่อยๆ ประมาณว่ากำลังมีปัญหา หรือรู้สึกไม่มีความสุขในงานที่ทำ หากถามว่าผมเองนั้นสามารถตอบได้ทุกปัญหา หรือสามารถช่วยแก้ได้ทุกปัญหารึ? ก็คงไม่

 

แต่วิธีที่ผมใช้อยู่เสมอ คือ ความพยายามนำเสนอมุมมองของผมในฐานะที่เป็นผู้ฟัง(ที่อยู่นอกวง) และพยายามลากเขา (ผุ้ที่มาขอคำปรึกษา) ออกมาจากร่างเขาเพื่อมองตัวเขาเอง แบบยืนอยู่นอกวงด้วยกันกับผม

 

และบ่อยครั้งที่ปัญหาที่เขาประสบอยู่นั้น ไม่สามารถไปเล่า หรือไปบอกให้ใครเข้าใจได้ ด้วยเพราะเป็นความลับหรืออาจจะไม่ไว้ใจใคร จึงยิ่งเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมให้จมอยู่กับปัญหาด้วยมุมมองเดิมๆ แบบนั้น ซึ่งนอกจากจะไม่ส่งผลดีแล้ว ยังบั่นทอนกำลังใจให้เขายิ่งจมลึก ลึกลงไปๆ บางครั้งลึกถึง จิตตก และบางคนถึงขั้นเอ๋อ….รับประทาน

 

ก็ในเมื่อบอกใครไม่ได้ ในเมื่อไม่มีใครช่วยแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ เราต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนมุมมอง ลองมาใช้วิธี Learn to See หรือ ลองมองในมุมมองอื่นที่ต่างออกไป

 


ลองมาดูตัวอย่างกันครับ วันก่อนมีน้องคนหนึ่งมาระบายให้ผมฟัง

 

คำถาม : พี่ป๊อปครับ ผมรู้สึกแย่มาก งานมันสบายเกินไป ไม่เหมาะกับตัวเอง อยากทำงานหนักกว่านี้ ตอนนี้รู้สึกว่ายิ่งอยู่ ยิ่งทำงานนี้แล้วยิ่งหดหู่

 

(สำหรับคุณ คนที่เฝ้ามองหางานสบาย แล้วมองว่า หมอนี่ท่าจะบ้า งานสบายก็ไม่ชอบ นั่นแสดงว่าคุณกำลังมองในมุมของคุณอยู่นะครับ ซึ่งผมไม่ได้บอกว่า ใครถูกหรือว่าใครผิด มันก็แค่ 2 มุมมองที่เกิดขึ้นครับ)

 

ผมจึงเริ่มนำเสนออีกหนึ่งมุมมอง (มุมมองแบบ Familyman ที่ผมถนัด) ว่า “งานสบายก็ดีออก เอ็งเพิ่งแต่งงานไม่ใช่รึ จะได้มีเวลาอยู่กับเมียเยอะๆ หน่อย”

 

เท่านั้นแหล่ะ!!  น้องตอบกลับผมอย่างอารมณ์ดีว่า “แหม่ๆๆ พี่นี่พูดเหมือนเมียผมเลย 555”

 

ก็นะ ชีวิตก็มีอยู่แค่นี้ครับ เรื่องเดียวกัน มองได้หลายมุม บางมุมทำให้ทุกข์ ก็ลองเปลี่ยนวิธีมองใหม่ แค่นี้ก็หัวเราะได้ละครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง “อยากลาออก” หรือ “อยากได้งานใหม่”

 


ป.ล.1. add Line มาแชร์เรื่องต่างๆ หรือให้ผมช่วยแนะนำทางเลือกกันได้นะครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)

ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)
===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY
Image courtesy at Pixabay.com
จำนวนผู้เข้าชม 409 ครั้ง