ก็ใช่สิ!!! HR ก็ต้องหาคนที่เก่งสุดกันทั้งนั้น 1   Recently updated !


ช่วงหลังๆ ผมมักจะได้รับการติดต่อผ่านจากช่องทางต่างๆ (Line, Facebook) เพื่อของคำแนะนำในการหางาน และผมก็มักจะต่อท้ายคำถามประเภทนี้ ด้วยคำถามของผมว่า

“คิดว่าเหตุผลที่ทำให้เรายังหางานไม่ได้คืออะไรครับ?”

ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะต้องการจะกวนประสาทแต่อย่างใด แต่เพียงเพื่อต้องการจะกระตุ้นให้เกิดการคิดและวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป ใช่เพียงสักแต่ส่งใบสมัคร ยื่น Resume สัมภาษณ์ และรอฟังผล

 

สิ่งแรกที่แปลกใจคือ มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ว่า เหตุใดเขาถึงยังไม่สามารถหางานได้

 

ส่วนพวกที่เหลือนั้น หลายคนนั้นสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ เช่น สมัครงานในสายงานที่ไม่ตรงสาย เรียกเงินเดือนสูงเกิน อายุเกินเกณฑ์ หรือแม้แต่ประสบการณ์อ่อนเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะสามารถนำไปปรับปรุงในการหางาน สมัครงาน หรือแม้แต่สัมภาษณ์ครั้งถัดไป

 

แต่ทั้งสองกลุ่มมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายๆกันคือ ต่างมุ่งชี้ไปถึงประเด็นที่ว่า เหตุผลหลักที่ทำให้เขาไม่ได้งานนั้นก็เพราะ

“ก็ใช่สิ!!! HR ก็ต้องหาคนที่เก่งสุดกันทั้งนั้น”

(ขออนุญาตถ่ายทอดความรู้สึกเป็นประโยคเพื่อให้เห็นอารมณ์ของผู้ที่ไม่ได้งานนะครับ)


แต่ในฐานะ Recruitment Headhunter ที่คลุกคลี และต้องประสานงานในการหา Candidate ที่เหมาะสมเพื่อส่งให้กับ HR จำนวนมากนั้น เรื่องราวนั้นกลับตาลปัตร เพราะสิ่งที่ผมเจอช่างตรงกันข้าม

 

หลายครั้งที่ผมส่ง Candidate ที่ผมคิดว่าเป็น Best one ไปให้แต่กลับไม่ผ่านด่าน HR ด้วยเหตุผลอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเก่งของเขา

 

ไม่แน่ใจว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ ถ้าผมจะบอกว่า คนที่เป็น HR นั้น แท้จริงแล้ว ไม่ได้ต้องการคนที่เก่งที่สุด (Best One) แต่ต้องการคนที่ปลอดภัย (Safe One) ที่สุด

 

ถามว่า Safe นั้นคืออะไร ผมขอสรุปสั้นๆ เพื่อให้เห็นภาพพร้อมตัวอย่างสั้นๆ ดังนี้ครับ

  • Culture Fit : คือสามารถเข้ากับ Culture บริษัทได้ เพราะต่อให้เก่งขนาดไหน ถ้าเข้ามาร่วมงานแล้ว Culture ไม่ Fit ก็อยู่กันได้ไม่นาน และ HR ก็ต้องเหนื่อยหาคนใหม่มาแทน เรียกง่ายๆ ว่าต้องทำงานสองรอบ เสียทั้งแรง เสียทั้งความต่อเนื่องของธุรกิจ

 

  • Long Service : HR นั้นรู้ดีว่างานหาคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และมีต้นทุนแฝงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เช่น ความต่อเนื่องของธุรกิจ เป็นต้น ดังนั้น HR พยายามอย่างยิ่งที่จะประเมินว่า Candidate แต่ละคนนั้น มีแนวโน้มจะอยู่ร่วมงานกันเป็นระยะเวลานาน (3 – 5 ปีขึ้นไป)

 

  • Ready to Work : และแน่นอนที่สุด คนๆนั้นต้องสามารถทำงานได้ทันได้ เรียกว่า ฉีกซอง เทน้ำร้อน รอ 3 นาที พร้อมใช้งานเลยก็ว่าได้ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คนๆ ต้องมีประสบการณ์ตรง (โดยเฉพาะตำแหน่ง Manager หรือหัวหน้างานที่มีลูกน้อง) และจะดีมากถ้ามาจากวงการหรืออุตสาหกรรม (Industry) เดียวกัน เพื่อเป็นการยืนยันความพร้อมในการทำงาน

 

ทีนี้เราก็เห็นแล้วนะครับว่าไม่มีข้อใดข้างบนเลย ที่บอกว่า HR นั้นมองหาผู้สมัคร หรือมองหาคนที่ “เก่งที่สุด”

 

ดังนั้น ต่อให้คุณเป็นคนที่เก่งล้นฟ้าสักเท่าใด แต่ถ้าไม่สามารถ ทำให้ HR เชื่อได้ว่า Safe จากทั้ังข้อมูลใน Resume และในขั้นตอนการสัมภาษณ์ คุณก็ไม่อาจจะผ่านด่าน HR ไปได้

 

เพราะฉะนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญ ในการนำเสนอตัวเองด้วยว่า เรานั้นเป็นคนหนึ่งที่ Safe และที่ Safe นั้น Safe ขนาดไหน เท่านี้ความเป็น The Best ของเราก็จะสมบูรณ์แบบ และเพิ่มโอกาสในการได้งานครับ

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง 9 สิ่งใน Resume ที่ HR ไม่ปลื้ม และ HR ชอบคนที่อยู่นาน vs. Candidate ไม่ชอบการอยู่นาน (ตอนที่ 1)

 


ป.ล.1.  add Line มาขอคำปรึกษาเรื่องการจัดทำ Resume หรือแชร์ประสบการณ์กันครับ หรือติดตามข่าวสารเฉยๆ ผมก็ดีใจแล้วครับ (Line ID : @salarydiy ถ้าดูผ่านมือถือ คลิ๊ก เพื่อ Add Line@ ได้ทันที)


ป.ล.2. เรียนเชิญผู้สนใจร่วมงาน Career Coach Meeting ที่ผมตั้งใจจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก iTalent (Thailand) Co., Ltd. รอบล่าสุด รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://salarydiy.com/services/meeting-seminar/ (กดปุ่ม Ctrl+D bookmark หน้านี้ไว้เป็นหน้าประจำได้เลยนะครับ)

 

Pop – Chutipong Benjasatkul

===============
เรียนรู้ – พัฒนา – ก้าวหน้า – เงินเดือนดี – มีความสุข
http://SalaryDIY.com/
http://facebook.com/SalaryDIY

 

Image courtesy of  https://pixabay.com

จำนวนผู้เข้าชม 1,725 ครั้ง

Comments

  1. […] บทความที่เกี่ยวข้อง ก็ใช่สิ!!! HR ก็ต้องหาคนที่เก่งสุดกันท… […]