เปลี่ยนงาน


มีรุ่นพี่คนหนึ่ง เคยถามผมว่า “เอ้ย! ไอ้ป๊อป เอ็งรู้ได้ยังไงว่า Candidate คนไหนเหมาะกับบริษัทแบบไหน แล้วคนไหนไม่เหมาะ” พูดยังไม่ทันเสร็จ ก็ถามสวนต่ออีกว่า “แล้วเอ็งคิดว่าพี่ที่เคยอยู่บริษัทสระอู(นามสมมติ) แล้วย้ายไปทำบริษัทเอ็น(นามสมมติ) มันจะเหมาะรึเปล่าฟะ” ผมก็ตอบทันทีว่า  “โอ้ย!!! อยู่ได้สบายครับพี่ แต่พี่อาจจะไม่ชอบ”  พร้อมด้วยเหตุผล Support 1, 2, 3, 4, 5, บลาๆๆๆ   Criteria หรือ เกณฑ์ ที่ผมจะใช้ประเมินคร่าวๆ คือ ผมจะใช้วิธีการดูย้อนกลับไปว่า ชีวิตการทำงานเขาคนนั้นๆ เคยผ่านงานที่มีความยากง่ายมาใน Level (ระดับ) หรือ Degree (ความเข้มข้น) มากน้อยเพียงไร โดยดูเบื้องต้นจากตัวบริษัท   หากผมสมมติว่า งานง่ายสุดคือ Level 1 ยากสุดคือ Level 10 ดังนั้นถ้าคุณเคยอยู่บริษัท Level ความยากสูงๆ มาก่อน เช่น Level […]

ผมน่าจะเชื่อพี่ตั้งแต่ตอนนั้น


“คุณป๊อป ไม่ทราบว่าช่วงนี้มี Opportunity มั๊ยครับ/ค่ะ ?” ถ้าคุณมีอาชีพเป็น Headhunter อย่างผม คุณอาจจะได้ยินประโยคนี้วันละหลายหน จนคุณอาจรู้สึกว่า ประโยคนี้เป็นประโยคมาตรฐาน เพื่อเปิดการสนทนาจาก Candidate ที่โทรเข้าคุยกับผม ซึ่งผมก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าทำไมต้องใช้ประโยคข้างต้น   ผมยอมรับนะครับ ว่าเป็นประโยคที่ฟังดูค่อนข้างดี แต่สำหรับผมความหมายคงไม่ได้ต่างจากประโยคเหล่านี้ “อยากเปลี่ยนงาน” “มีตำแหน่งอะไรว่างบ้าง” “มีบริษัทอะไรรับตำแหน่งxxxบ้าง”   และผมมักจะแอบคิดในใจเสมอว่า “Opportunity” น่ะครับ มีเพียบเลยด้วย แต่คุณ(Candidate) จะมองเห็นเหมือนผมรึเปล่าว่ามันเป็น “Opportunity”? (ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ แต่เดาว่า Opportunity ในความเข้าใจของผมกับหลายๆ ท่านอาจจะไม่เหมือนกัน)   เหตุที่คิดในใจเช่นนั้นเพราะผมเจอเหตุการณ์ประมาณนี้หลายครั้งหลายหน บางครั้ง บางคน “โอกาส” อยู่ตรงหน้า แต่กลับมองไม่เห็น “โอกาส” บางครั้ง บางคนมองเห็น “โอกาส” เหมือนมันไม่ใช่ “โอกาส” และหลายครั้งเหลือเกินที่ บางคนกลับมองเห็น “วิกฤต” นั้นเป็นเหมือน “โอกาส” เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? […]

ไม่ทราบว่าช่วงนี้มี Opportunity มั๊ยครับ/ค่ะ ?


1
Mr. A : สวัสดีครับคุณป๊อบ พอดีผมได้อ่านบทความของคุณในเวปไซต์ http://salarydiy.com/คนเปลี่ยนงานบ่อย-กับ-คนเ/ Mr. A : อยากปรึกษาเรื่องงานน่ะครับ ผมเป็นคนเปลี่ยนงานบ่อยครับ เปลี่ยนทุกปี ที่นี่ที่ที่ 3 แต่ที่นี่ ผมทำนานสุด 2 ปีแล้ว Mr. A : ผมเคยได้งานดีๆ หลายๆ งาน ระหว่างทำที่นี่ บางงานสัมภาษณ์ผ่าน แต่ไม่ไปทำ บางงานเซ็นต์สัญญาแล้ว ไปยกเลิก แต่ที่ผมยังไม่อยากไปจริงๆ เพราะ เจ้านายผมครับ เขาดีกับผมมาก เขาสัญญากับผมว่า ปีหน้าเขาจะขึ้นตำแหน่งให้ผม แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็จะมีงานที่หนักขึ้น ปวดหัวขึ้น เยอะขึ้น Mr. A : ซึ่งผมคิดว่า ตอนนี้งานผมก็หนักมากๆแล้ว และอีกเรื่อง ผมจะไว้เขาได้แค่ไหนครับ Mr. A : ผมอยากเปลี่ยนงานครับ แต่ผมเปลี่ยนงานบ่อยไป ทุกปีเลย ผมกลัวประวัติไม่ดีครับ PoP : เหตุผลที่ตอนนี้อยากเปลี่ยนงานคืออะไรครับ? Mr A : เหนื่อยมากครับ […]

ผมเหนื่อยมากครับ อยากเปลี่ยนงาน



1
หลายครั้งที่ Candidate จากบริษัท สระอู(นามสมมติ) ติดต่อเข้ามาที่ผม เพื่อแสดงความต้องการอยากจะเปลี่ยนงานใหม่ พอผมรู้ว่ามาจากบริษัท สระอูเท่านั้นแหล่ะ เขาเหล่านั้นก็มักจะถูกผมยิงคำถามว่า “คุณรู้ตัวเปล่าว่า คุณน่ะ ติดนิสัยบางอย่างจากบริษัทสระอูโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว”   ผู้ที่ถูกถามคำถามนี้ ต่างสงสัยว่า ผมจะถามไปทำไม? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเปลี่ยนงานด้วยหรือ? ผมจึงต้องขยายความต่อว่า เหตุที่ต้องถาม ที่ต้องบอกกล่าวกันก่อนตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนงาน เพราะ ไอ้นิสัยที่ว่านี่ ตอนนี้เรายังไม่รู้หรอกว่ามีผลอะไร จนกว่าเราจะเปลี่ยนบริษัท ต่อไปมันจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คุณไม่อาจอยู่รอดในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทสระอู   แน่นอนว่า ยิ่งฟังมากขึ้น ก็ยิ่งยังความฉงนให้กับ Candidate มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในคำถามนั้นผมก็บอกอยู่แล้วว่า “โดยที่คุณไม่รู้ตัว” ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ เขาเหล่านั้นจะนึกไม่ออก   เพื่อให้หายสงสัย ผมก็เริ่มทำการสาธยายนิสัยดังกล่าวให้ฟังเป็นข้อๆ (ขออนุญาตปิดเป็นความลับนะครับ) และเสียงตามมาก็คือ “เอ่อ….ใช่”   “เอ่อ…..จริง”  “เอ่อ……ไม่รู้ตัวจริงๆด้วย” ซึ่งเป็นเสียงยืนยัน ยอมรับ และเห็นพ้องว่า นิสัยเหล่านั้นเป็นนิสัยที่ตามติดตัวเขาโดยไม่รู้ตัวจริง   เมื่อข้อเท็จจริงเริ่มปรากฎ สิ่งที่ตามมาคือ การแนะนำขั้นถัดไปคือ ให้ทำการลองจินตนาการต่อดู นึกภาพว่า   […]

อยู่ไม่รอด  โดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว : Job


1
ก่อนเข้าเรื่อง ขออนุญาตเล่าเรื่องแปลกๆ ให้ฟังสักเรื่อง ผมเคยคุยกับ Candidate ท่านหนึ่ง ก็คุยกันตามภาษา Headhunter กับ Candidate ทั่วไป แต่ต้องมาสะดุดกับเรื่องๆหนึ่งของ ซึ่งคือ ถ้าจะเปลี่ยนงาน บริษัทใหม่ที่เขาจะเลือกนั้น โต๊ะทำงานเขาจะต้องมีหน้าต่าง หากเป็นห้องทึบๆ ที่ไม่มีหน้าตา ขอไม่ข้องเกี่ยวครับ ต่อให้เงินดีขนาดไหน ยังไงๆ ก็ไม่ไปแน่นอน   กลับเข้าเรื่องครับ ปกติก่อนจะเริ่มการสนทนากับ Candidate หรือว่า ผู้ที่เข้ามาขอคำปรึกษากับผม กรณีหัวข้อที่ว่าด้วยเรื่อง การเปลี่ยนงาน หรือ หางานใหม่ ประโยคเกริ่นนำเข้าเรื่องถึงสาเหตุในการเปลี่ยนงานมักจะออกมาประมาณนี้ครับ อยากได้งานที่อยู่ใกล้บ้าน เพราะงานปัจจุบันเดินทางลำบาก ใช้เวลาเดินทางวันนึงหลายชั่วโมง Office ปัจจุบันสภาพดูเหมือนโรงงาน ถ้าเลือกได้อยาก Office ที่ดูดีเหมือน Office ในเมือง เอาแบบหรูๆ ได้ยิ่งดี ไม่อยากทำงานวันเสาร์ อาทิตย์นึงหยุดแค่วันเดียวเอง รู้สึกไม่มีเวลาส่วนตัว ไม่อยากทำงานบริษัทเล็กๆ เอะอะๆ ก็ต้องรอให้เจ้าของเป็นคนตัดสินใจ   ครั้นหลังจากที่ผมได้ยินเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ผมมักจะถามกลับอย่างซีเรียส […]

ก่อนหนีงานเก่า ก่อนหางานใหม่ : Career Preferences


1
“รบกวนขอคำแนะนำได้ไหมค่ะ ดิฉันเกิดความอึดอัดเจอผู้บังคับบัญชาที่ไม่ฟังความคิดเห็น อารมณ์ร้อน ชอบว่าลูกน้อง เวลามีอะไรผิดก็ไม่บอกว่าต้องแก้ไขตรงไหน ปล่อยให้เราคลำเอาเอง ตอนนี้ดิฉันก็ยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทนทำงานที่นี้ต่อไป..หรือจะต้องเปลี่ยนที่ทำงานดีค่ะ” การที่ได้รับคำถามเรื่องความอึดอัดใจระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องอยู่เรื่อยๆ ทำให้บางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่า ในประเทศไทยนี่ 95.81% ของเจ้านายลูกน้องโคจรมาพบกันเพื่อร่วมเวรร่วมกรรมกันโดยแท้   เบื้องหลังอาการ  “ไม่ไหวจะทน” ของแต่ละคนก็ดูเหมือนจะแตกต่างกันไป แต่ไฉนผลลัพธ์มักลงเอยที่การต้องการจะแยกทาง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ลูกน้องที่มักจะชิงลาออกก่อนตามสถานะผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ไร้ทางเลือก   ตอนอวสานของการแยกจากกัน คุณสามารถกำกับควบคุมโทนของซีนนี้ให้ออกมาใน 2 ทางเลือก หรือ 2 อารมณ์ คือ จบสวย พระเอกนางเอกแยกทางกันด้วยดี ต่างคนต่างมีความสุข หรือไม่ก็ จบแบบไม่สวย พระเอกนางเอกมีปากเสียงกัน อาจถึงขั้นลงไม้ลงมือ   จบสวย ถ้าดีต่อกัน แล้วจะแยกทางกันทำไม? ดีกันก็ต้องอยู่ด้วยกันต่อ ใช่ไหมครับ? ก็ต้องตอบว่า ไม่แน่เสมอไปครับ เพราะ บางครั้งการลาออกที่ไม่ได้มีเจ้านายเป็นปัจจัยก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น จากบริษัทใหม่ เป็นต้น   ดังนั้นภาพจำ ฉากตอบจบของลูกน้องคนนั้นๆ ที่มีต่อหัวหน้าคือ ความรู้สึกเสียดาย […]

จบสวย จบซวย



6
“ที่รักจ๋า!! ที่พี่เลือกย้ายไปบริษัท(ใหม่)นี้ เพราะว่างานน้อยกว่าที่เดิม และพี่จะได้กลับบ้านเร็วขึ้น จะได้ใช้เวลาอยู่กับลูก กับครอบครัวมากขึ้น”   ก่อนจะตัดสินใจยื่นใบลาออกผมวาดฝันสวยหรู และบอกกับภรรยาผมด้วยประโยคข้างต้น   แต่ปรากฏว่าที่ใหม่ (หลังจากทำมาได้หนึ่งเดือน) กลับบ้านดึกกว่าเดิมมาก ไม่เคยได้กลับก่อนสี่ทุ่มเลย ผมและภรรยาก็เริ่มจะมีปากเสียงกันมากขึ้น แต่ที่สำคัญเมื่อก่อนยังพอมีเวลาเจอหน้าลูกบ้าง แต่ตอนนี้ถ้าวันธรรมดาแทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกเลย   ผมก็เลยตัดสินใจหางานใหม่(กว่า) และตอนนี้ก็ได้ที่ใหม่(กว่า)แล้ว และกำลังจะย้ายไปเดือนหน้า แต่คราวนี้ผมจะไม่พลาดเหมือนคราวก่อน ผมทำการบ้านอย่างดี เช็คแล้วเช็คอีก กลับบ้านเร็วแน่นอน —จบการสนทนา—– คาดว่าน่าจะมีหลายคนที่ตามลุ้นเหมือนผมเป็นแน่ว่า การเปลี่ยนงานอีกครั้งของเขา จะโดนภรรเมียด่าหรือไม่ (เหมือนจะขำ แต่ถ้าใครไม่เจอกับตัวไม่เข้าใจแน่นอน)   แต่จะมีกี่คนที่โชคดีในความโชคร้ายแบบเขาคนนี้ ที่พอเปลี่ยนงานปุ๊บ รู้สึกไม่พอใจ ก็สามารถหางานใหม่ได้ปั๊บ   และถ้าคุณคิดว่าคุณไม่ใช่คนประเภทที่โชคเข้าข้างสักเท่าไร ผมแนะนำให้ท่องประโยคนี้ให้ขึ้นใจ “การเปลี่ยนงานมีความเสี่ยง” และจะเสี่ยงมากขึ้นถ้าคุณมีภรรยา (อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆครับ)   ความเสี่ยงที่ว่าเปรียบเสมือนภาพภูเขาน้ำแข็งที่ปรากฏให้เราเห็นยอดเพียงน้อยนิด แต่ซ่อนความน่ากลัวอันยิ่งใหญ่ภายใต้ผิวน้ำ และรอวันที่จะปรากฏพ้นผิวน้ำทีละนิดๆ หลังจากเราเริ่มไปทำงาน   ความเสี่ยงคือ โอกาสที่จะไปเจอสิ่งที่เลยร้ายกว่าเดิม แต่สำหรับคนที่บอกว่า “เอาน่า เรื่องเล็กน้อย รับความเสี่ยงได้” ผมก็ขออวยพรให้โชคดีครับ […]

การเปลี่ยนงานมีความเสี่ยง (โดนเมียด่า) : Job


หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักจะได้ยินใครต่อใครพูดคุยกันถึงเรื่องของกิน”ถิ่นอร่อย” และก็ต้องให้บังเอิญว่า หนึ่งใน”ถิ่นอร่อย”นั้นมักจะเป็นร้านที่อยู่ในระแวกบ้านผมเอง ไม่ว่าจะเป็น หมูสะเต๊ะ ห่านพะโล้ ขนมเปี้ยะ หรือ โบ้ยเกี่ยะ   เอ…..แต่ทำไมคนบ้านใกล้อย่างผมกลับเข้าไม่ถึงความ “อร่อย” เหล่านั้น นั่นอาจเป็นเพราะผมนั้นเป็นพวกลิ้นจระเข้ หรือไม่ผมก็อาจจะขาด “ชูรส” ยี่ห้อ “พยายาม” หรือ “ลำบาก” ไปอย่างใดอย่างหนึ่ง   หลายต่อหลายครั้งเช่นกัน ที่มี Candidate ติดต่อผมเข้ามา พร้อมเจตนาแน่วแน่ว่า ต้องการจะเปลี่ยนงานใหม่ โดยเหตุผลที่ให้นั้นฟังดูเหมือนแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ผมกลับรู้สึกได้ว่าเป็นเหมือนๆ กันคือ งานปัจจุบันนั้น “ไ ม่ อ ร่ อ ย” หรือจะเรียกว่าภาวะ คนในอยากออก ก็คงไม่ต่างกัน   เป็นเรื่องอะไรที่แปลกอยู่ที่ “อาหาร” และ “งาน” นั้นก่อให้เกิด Behavioral State หรือ Behavioral Condition (พฤติกรรม)ที่เหมือนกันได้ และ Headhunter […]

ไกล(บ้าน) ถึงจะอร่อย : Career Path


คำถาม : อยากถามคุณป๊อปว่า ถ้าเราจะย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง มันจะดีมั๊ยคะ? ตอบ : ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอเล่าเรื่องส่วนตัวย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ออฟฟิศว่า ไม่ว่าจะอยู่บริษัทไหน ผมก็มักจะถูกปลูกฝังจากหัวหน้า ผู้ใหญ่ในบริษัท และเพื่อนร่วมงานในบริษัทนั้นๆ ว่า การบริโภคหรือซื้อสินค้าจากบริษัทคู่แข่งเป็นสิ่งต้องห้าม ถามว่ารุนแรงขนาดไหน ขอยกเป็นตัวอย่างเช่น เวลาเลือกร้านทานข้าว แค่มีสินค้าของบริษัทคู่แข่งวางขายอยู่ในร้านนั้น เราก็จะเลือกไม่เข้าร้านๆนั้น   หากยิ่งอยู่นาน ความคิดดังกล่าวก็จะถูกขยายผลไปยังพ่อแม่ พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหายรอบๆตัว และมีอยู่หลายครั้งที่เปลี่ยนงาน ย้ายบริษัทไปแล้ว ความคิดนี้ก็ยังติดตามไปเรื่อยๆ ดังนั้น ความคิดที่ว่า จะย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่งนั้น จึงไม่มีอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย   กลับมาที่คำถามเรื่องการย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง ก่อนจะตอบ อาจต้องทำเข้าใจภาพรวมก่อนว่า มีใคร หรือมี Party (กลุ่ม) ไหนบ้างเกี่ยวข้อง Party ที่ 1 – บริษัทปัจจุบันที่เราทำงานอยู่ Party ที่ 2 – บริษัทคู่แข่งที่เราต้องการย้ายไปอยู่ Party ที่ 3 […]

จะดีมั๊ย? ถ้าย้ายไปบริษัทคู่แข่ง