Corporate Culture


การจะรับคนเข้าทำงาน ส่วนใหญ่ใครเขาก็มักจะบอกว่า อยากได้คนที่ “เคมีตรงกัน” ไว้ก่อน ต่อให้เก่งขนาดไหน ถ้าขาด “เคมี” ที่ว่า ก็ให้รอป้าย(รถเมล์)หน้านะครัช ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่า ไอ้ “เคมี” นี่ มันสำคัญยังไงกัน หรือจริงๆ เป็นเแค่เหตุผลไว้ปฏิเสธคนที่เราไม่ชอบ”ขี้หน้า” อ้าว แบบนี้ “เคมี” ก็คือ “ขี้หน้า” อย่างงั้นรึ? การอยู่รอดขององค์กรในยุคอดีต vs. ยุคที่กำลังจะมาถึง แต่สำหรับ นาย Ed Catmull ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Pixar Animation (บริษัทที่เปลี่ยนโฉมวงการ Animation) ร่วมกับนาย Steve Job (หลังถูกเชิญออกจาก Apple) และเป็นผู้แต่งหนังสือ Creativity, Inc. ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่อง “เคมี” ในหนังสือของเขา ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่า “ขี้หน้า” ที่ผมแอบแขวะข้างต้น เพราะ “เคมี” ที่เค้าว่านั้น มีส่วนสำคัญต่อ “การอยู่รอดขององค์กรในยุคปัจจุบัน และยุคที่กำลังจะมาถึง” […]

เคมีตรงกัน : Corporate Culture


การมีอยู่ของ Corporate Culture (วัฒนธรรมองค์กร) ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไป  ผมเองได้รับทราบเหตุผลของคนเก่งๆ ที่เลือกอยู่กับองค์กรนั้น และไม่เลือกไปองค์กรนี้ ด้วยเหตุผลจาก “Corporate Culture” มากขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือจาก เงินเดือน และ สวัสดิการต่างๆ และก็ไม่ได้หมายความว่า Culture ที่เวิร์คในบริษัทหนึ่ง จะต้องเวิร์คในบริษัทอื่นๆ เรื่องเหล่านี้มันสลับซับซ้อนกว่าที่จะอธิบายแบบสั้นๆ ให้เข้าใจในเวลาอันน้อยนิดได้ แต่แทนที่เราจะลองถูกลองผิดเอง ให้เราลองศึกษาบริษัทใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการสร้าง Corporate Culture ได้อย่างถูกต้องและเข้าใจ เราลองมาดูตัวอย่างกันครับ   Zappos.com เป็นบริษัทขายรองเท้าออนไลน์ที่โด่งดังมากในอเมริกา และที่โด่งดังไม่แพ้กันก็คือ Corporate Culture ที่ไม่เหมือนใครและเป็นที่โจษจันในวงการ Tech Startup   ในบริษัทส่วนใหญ่ การ Log-in เข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ เราก็มักจะคุ้นกับการต้องกรอกชื่อและรหัสผ่านกันตามปกติ แต่ที่บริษัท e-commerce แห่งนี้ ได้เปลี่ยนการ Log-in ธรรมด๊าธรรมดา ให้เป็นเรื่องที่สนุก และสร้างความสัมพันธ์ภายในบริษัท ได้อย่างไม่น่าเชื่อ   การ […]

เกมดูหน้า : Corporate Culture สุดเจ๋ง


1
หลายครั้งที่ Candidate จากบริษัท สระอู(นามสมมติ) ติดต่อเข้ามาที่ผม เพื่อแสดงความต้องการอยากจะเปลี่ยนงานใหม่ พอผมรู้ว่ามาจากบริษัท สระอูเท่านั้นแหล่ะ เขาเหล่านั้นก็มักจะถูกผมยิงคำถามว่า “คุณรู้ตัวเปล่าว่า คุณน่ะ ติดนิสัยบางอย่างจากบริษัทสระอูโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว”   ผู้ที่ถูกถามคำถามนี้ ต่างสงสัยว่า ผมจะถามไปทำไม? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเปลี่ยนงานด้วยหรือ? ผมจึงต้องขยายความต่อว่า เหตุที่ต้องถาม ที่ต้องบอกกล่าวกันก่อนตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนงาน เพราะ ไอ้นิสัยที่ว่านี่ ตอนนี้เรายังไม่รู้หรอกว่ามีผลอะไร จนกว่าเราจะเปลี่ยนบริษัท ต่อไปมันจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คุณไม่อาจอยู่รอดในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทสระอู   แน่นอนว่า ยิ่งฟังมากขึ้น ก็ยิ่งยังความฉงนให้กับ Candidate มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในคำถามนั้นผมก็บอกอยู่แล้วว่า “โดยที่คุณไม่รู้ตัว” ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ เขาเหล่านั้นจะนึกไม่ออก   เพื่อให้หายสงสัย ผมก็เริ่มทำการสาธยายนิสัยดังกล่าวให้ฟังเป็นข้อๆ (ขออนุญาตปิดเป็นความลับนะครับ) และเสียงตามมาก็คือ “เอ่อ….ใช่”   “เอ่อ…..จริง”  “เอ่อ……ไม่รู้ตัวจริงๆด้วย” ซึ่งเป็นเสียงยืนยัน ยอมรับ และเห็นพ้องว่า นิสัยเหล่านั้นเป็นนิสัยที่ตามติดตัวเขาโดยไม่รู้ตัวจริง   เมื่อข้อเท็จจริงเริ่มปรากฎ สิ่งที่ตามมาคือ การแนะนำขั้นถัดไปคือ ให้ทำการลองจินตนาการต่อดู นึกภาพว่า   […]

อยู่ไม่รอด  โดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว : Job



2
“สวัสดีคะ ติดตามอ่านบทความทางเฟสมานานละคะ เลยขอปรึกษา ทำงานมานาน ที่ผ่านผลงานเข้าตามาตลอด จนกระทั่งเราได้ลาคลอด แล้วกลับมาทำงาน เราโดนผู้ใหญ่พูดตรงๆว่า หลังจากคุณมีลูกความตั้งใจของคุณหายไปครึงนึงเลยนะ เราเลยคิดว่า ผู้ใหญ่วัดจากอะไร”   ตอบ : ขอเล่าก่อนว่าผมเคยผ่านการทำงานในหลายบริษัท แน่นอนว่าเคยผ่านการมีหัวหน้ามามากกว่านั้น บางบริษัทปีหนึ่งเปลี่ยนหัวหน้าไปสองคน  และหัวหน้าแต่ละคน แม้จะเก่งเหมือนกัน แต่สไตล์ในการทำงานนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนทำงานด้วยแล้วก็รู้สึกสบาย บางคนทำด้วยแล้วรู้สึกแบบนั้น โดยแต่ละบริษัทที่เคยร่วมงานจะมีวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ที่คล้ายกันคือ Result-oriented หมายความว่าเน้นที่ผลลัพธ์ของงาน มากกว่าสิ่งอื่นใด เช่น วิธีการ เครื่องมือ   Corporate Culture เปรียบเสมือนตัวกำหนดพฤติกรรมต่างๆ ของคนในองค์กร มีทั้งแบบที่เกิดจากความตั้งใจ และเกิดด้วยความไม่ตั้งใจ ดังนั้น หากเหตุการณ์ที่ถาม เกิดขึ้นกับผม ผมก็แค่คิดว่าว่า ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์ของหัวหน้า ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับตัววัฒนธรรมองค์กรนั้นๆก็เป็นได้ ผมขออนุญาตเล่านิทานให้ฟังเรื่องนึงนะครับ (ย้ำว่าเป็นนิทานที่ไม่มีอะไรเป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย) (อีกบทความที่เกี่ยวกับ Corporate Culture – ผิดที่ ผิดทาง ผิดCulture? – ผิดที่ใคร) บริษัทญี่ปุ่น กับ บริษัทอเมริกาเหนือ ตกลงที่จะแข่งเรือแคนูที่แม่น้ำ […]

อเมริกันสไตล์ (คน)สั่ง 8 (คน)ทำ 1 : Corporate Culture


2
HR บริษัทหนึ่ง เกิดความสงสัยในตัวของ Candidate ท่านหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ Performance เหตุผลที่ให้ต้องสงสัยคือ หลังจากพยายาม Check background ของ Candidate ท่านนี้แล้ว ปรากฎว่า Feedback เสียงสะท้อนจากหลายคนรู้จักกับ Candidate ท่านนี้ ซึ่งเขาเหล่านั้นส่วนมากเคยร่วมงานกับ candidate ท่านนี้มาก่อน (ซึ่งไม่ใช่บริษัทปัจจุบัน) ทุกคนต่างให้การตรงกันว่าไม่ Candidate คนนี้ไม่ค่อย work เท่าไหร่   ดูเหมือนจะชัดเจนว่า Candidate ท่านนี้น่าจะไม่ผ่านด่านนี้ แต่ด้วยสัญชาตญาณ HR กลับตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าพิจารณาจากบริษัทที่เขาทำอยู่ปัจจุบันนั้น จัดว่าเป็นบริษัทที่อยู่ยาก เหนื่อย งานหนัก และPressureสูง แต่เหตุใดจึงปรากฏว่า Performance ของ Candidate คนนี้ ดีมากๆ ดีถึงขนาดเป็นที่กล่าวขวัญ   มันเป็นไปได้ด้วยรึ? ที่ “ดินสำหรับที่หนึ่งที่ดูเหมือนปั้นไม่ได้ แต่กลับเปล่งประกายเป็นดาวในอีกที่หนึ่ง”   บริษัทฝรั่ง มักจะจัดกลุ่มให้คนที่มี […]

คนเก่งนี่ อยู่ที่ไหนก็เป็นคนเก่งจริงหรือ?




“เงินเดือนคุณน่ะ สูงมากแล้ว” ถ้าเจ้านายคุณยังคงพร่ำบอกฉันด้วยถ้อยคำที่สวยหรู (แต่จอมปลอม) ว่า “เงินเดือนคุณน่ะ สูงมากแล้ว” คุณก็คงต้อง (แกล้ง) ทำตัวให้ “งานยุ่งอยู่ตลอดเวลา” ตามราคาค่าตัวที่เจ้านายคุณ (แกล้ง) บอก ประชดกันไปแบบนี้เรื่อยๆ แน่นอนว่า คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แบบนี้ควรต้องไปแก้ตั้งแต่ที่จุดเริ่มต้น   กลยุทธ์การตั้งราคา ถ้าคุณเป็น Brand Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) และต้องออกสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด วัตถุประสงค์คือ เพื่อต่อกรกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด คุณมี choice (ตัวเลือก)ของคุณสมบัติสินค้าให้เลือกไม่มากนัก วนเวียนอยู่ในข้อใดข้อหนึ่งในสาม choice นี้ คุณภาพเท่าเดิม แต่ราคาถูกลง หรือราคาเท่าเดิม แต่คุณภาพดีขึ้น หรือคุณภาพดีขึ้น และราคาแพงขึ้น   ความคิดของ Line Manager สำหรับคนที่เป็น Line Manager (หัวหน้างานโดยตรง) ก็คงไม่ต่างกัน กรณีมีลูกน้องลาออก ก็จะมี choice ให้เลือกไม่มาก ถ้าผมให้คุณลองทายว่า Candidate แบบไหน ที่ Line […]

อย่าไปกลัวที่จะ เรียกค่าตัวแพง


ศัพท์แสงอะไรก็ตามที่อยู่ใน Textbook (ตำรา) ในสายตาของเด็กมหาวิทยาลัยมันต้องไม่ธรรมดา และเมื่อย้อนไปตอนผมยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย หนึ่งคำศัพท์ที่ไม่ธรรมดาในตอนนั้นคือคำว่า Life-Time Employment หรือการเป็นลูกจ้างบริษัทเดียวจนถึงวัยเกษียณ   เท่าที่จำความได้ ความรู้สึกผมในตอนนั้น บอกได้อย่างเดียวเลยว่ามันไม่ธรรมดา Life-Time Employment มันมีมนต์ขลัง และถือเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของนักศึกษาส่วนใหญ่ที่กำลังจะจบ และกำลังวางแผนเข้าสู่สถานะลูกจ้างเต็มตัว ฝันว่าจบมาขอให้ทำงานอยู่กับแค่บริษัทเดียวจนตาย และแน่นอนบริษัทนั้นต้องบริษัทสัญชาติฝรั่งอินเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่โต มีสำนักงานทั่วโลก ให้เงินเดือนได้สูงกว่ามาตราฐาน และมาพร้อมกับสวัสดิการดีเลิศ ที่คุ้มค่าสมราคาต่อการทำงานแบบยอมถวายหัวให้   มาถึง พ.ศ. นี้ ผมเองเริ่มไม่แน่ใจว่า มีศัพท์นี้ในการเรียนการสอนหรือไม่ (น้องๆ Gen Y คนไหนทราบช่วยตอบด้วยนะครับ) แต่คงจะไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะประโยคที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ คือส่วนหนึ่งที่สะท้อนความคิดของทรัพยากรบุคคลที่โลดแล่นอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ “ขออยู่อย่างมาก 2 ปีนะ” “กลัวอยู่เกิน 3 ปีแล้วจะไปไหนไม่ได้” “ไม่อยากเปลี่ยนงานบ่อย แต่ก็ต้องเปลี่ยนนะ กลัวProfile ไม่ดี” “กะจะอยู่ให้ครบปี เพราะว่ากลัวถูกมองว่าเปลี่ยนงานบ่อย” “เป็นห่วงว่าเปลี่ยนงานตอนแก่แล้วจะปรับตัวลำบาก” “ได้เงินเยอะขึ้นขนาดนี้ ใครจะไม่ไป เดี๋ยวค่อยว่ากันเรื่อง Profile […]

อยู่จนเกษียณ : Career