Job-hunter


บริษัทใหญ่ หรือบริษัทเล็ก ดี?  บริษัทฝรั่ง หรือบริษัทไทย ดี?   ถ้านำคำถามนี้ไปถาม “HR ตัวแม่” หนึ่งใน Guest Speaker จากงาน Career Coach Meeting ครั้งล่าสุด 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมว่าพี่เขี้ยวได้สรุปไว้ในช่วงท้ายของการแบ่งปันประสบการณ์ในงานว่า   “อยู่บริษัทไทยหรือบริษัทหรือบริษัทต่างชาติ คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ก้าวหน้าได้ ถ้าคุณเป็นเนื้อแท้ของคุณเอง” พี่เขี้ยวได้พูดถึงความสำเร็จต่ออีกว่า   “อย่าติดกับดักกับความสำเร็จแบบสำเร็จรูปที่เรารับรุ้จักคนอื่น เช่น การมีบ้าน มีรถ มีตำแหน่งสูง ๆ ได้เงินเดือนแพง ทั้งหมดไม่ได้แปลว่าคุณประสบความสำเร็จ” ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับทั้ง 2 ประเด็นข้างต้นมาก ๆ นะครับ เพราะก่อนที่คุณจะตอบคำถามได้ว่า คุณเหมาะกับบริษัทประเภทไหน คงต้องเริ่มจาก 1. รู้จักตัวเอง – ชอบงานแบบไหน ทำงานกับคนแบบไหน รับไม่ได้กับเรื่องอะไรบ้างในการทำงาน เป็นต้น 2. ตั้งเป้าหมาย – ตอบตัวเองได้ว่า […]

บริษัทใหญ่ หรือบริษัทเล็ก ดี? บริษัทฝรั่ง หรือบริษัทไทย ดี?


1
Mr. A : สวัสดีครับคุณป๊อบ พอดีผมได้อ่านบทความของคุณในเวปไซต์ http://salarydiy.com/คนเปลี่ยนงานบ่อย-กับ-คนเ/ Mr. A : อยากปรึกษาเรื่องงานน่ะครับ ผมเป็นคนเปลี่ยนงานบ่อยครับ เปลี่ยนทุกปี ที่นี่ที่ที่ 3 แต่ที่นี่ ผมทำนานสุด 2 ปีแล้ว Mr. A : ผมเคยได้งานดีๆ หลายๆ งาน ระหว่างทำที่นี่ บางงานสัมภาษณ์ผ่าน แต่ไม่ไปทำ บางงานเซ็นต์สัญญาแล้ว ไปยกเลิก แต่ที่ผมยังไม่อยากไปจริงๆ เพราะ เจ้านายผมครับ เขาดีกับผมมาก เขาสัญญากับผมว่า ปีหน้าเขาจะขึ้นตำแหน่งให้ผม แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็จะมีงานที่หนักขึ้น ปวดหัวขึ้น เยอะขึ้น Mr. A : ซึ่งผมคิดว่า ตอนนี้งานผมก็หนักมากๆแล้ว และอีกเรื่อง ผมจะไว้เขาได้แค่ไหนครับ Mr. A : ผมอยากเปลี่ยนงานครับ แต่ผมเปลี่ยนงานบ่อยไป ทุกปีเลย ผมกลัวประวัติไม่ดีครับ PoP : เหตุผลที่ตอนนี้อยากเปลี่ยนงานคืออะไรครับ? Mr A : เหนื่อยมากครับ […]

ผมเหนื่อยมากครับ อยากเปลี่ยนงาน


1
ช่วงหลังๆ ผมมักจะได้รับการติดต่อผ่านจากช่องทางต่างๆ (Line, Facebook) เพื่อของคำแนะนำในการหางาน และผมก็มักจะต่อท้ายคำถามประเภทนี้ ด้วยคำถามของผมว่า “คิดว่าเหตุผลที่ทำให้เรายังหางานไม่ได้คืออะไรครับ?” ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะต้องการจะกวนประสาทแต่อย่างใด แต่เพียงเพื่อต้องการจะกระตุ้นให้เกิดการคิดและวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป ใช่เพียงสักแต่ส่งใบสมัคร ยื่น Resume สัมภาษณ์ และรอฟังผล   สิ่งแรกที่แปลกใจคือ มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ว่า เหตุใดเขาถึงยังไม่สามารถหางานได้   ส่วนพวกที่เหลือนั้น หลายคนนั้นสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ เช่น สมัครงานในสายงานที่ไม่ตรงสาย เรียกเงินเดือนสูงเกิน อายุเกินเกณฑ์ หรือแม้แต่ประสบการณ์อ่อนเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะสามารถนำไปปรับปรุงในการหางาน สมัครงาน หรือแม้แต่สัมภาษณ์ครั้งถัดไป   แต่ทั้งสองกลุ่มมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายๆกันคือ ต่างมุ่งชี้ไปถึงประเด็นที่ว่า เหตุผลหลักที่ทำให้เขาไม่ได้งานนั้นก็เพราะ “ก็ใช่สิ!!! HR ก็ต้องหาคนที่เก่งสุดกันทั้งนั้น” (ขออนุญาตถ่ายทอดความรู้สึกเป็นประโยคเพื่อให้เห็นอารมณ์ของผู้ที่ไม่ได้งานนะครับ) แต่ในฐานะ Recruitment Headhunter ที่คลุกคลี และต้องประสานงานในการหา Candidate ที่เหมาะสมเพื่อส่งให้กับ HR จำนวนมากนั้น เรื่องราวนั้นกลับตาลปัตร เพราะสิ่งที่ผมเจอช่างตรงกันข้าม   หลายครั้งที่ผมส่ง Candidate ที่ผมคิดว่าเป็น Best one […]

ก็ใช่สิ!!! HR ก็ต้องหาคนที่เก่งสุดกันทั้งนั้น



1
หลายครั้งที่ Candidate จากบริษัท สระอู(นามสมมติ) ติดต่อเข้ามาที่ผม เพื่อแสดงความต้องการอยากจะเปลี่ยนงานใหม่ พอผมรู้ว่ามาจากบริษัท สระอูเท่านั้นแหล่ะ เขาเหล่านั้นก็มักจะถูกผมยิงคำถามว่า “คุณรู้ตัวเปล่าว่า คุณน่ะ ติดนิสัยบางอย่างจากบริษัทสระอูโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว”   ผู้ที่ถูกถามคำถามนี้ ต่างสงสัยว่า ผมจะถามไปทำไม? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเปลี่ยนงานด้วยหรือ? ผมจึงต้องขยายความต่อว่า เหตุที่ต้องถาม ที่ต้องบอกกล่าวกันก่อนตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนงาน เพราะ ไอ้นิสัยที่ว่านี่ ตอนนี้เรายังไม่รู้หรอกว่ามีผลอะไร จนกว่าเราจะเปลี่ยนบริษัท ต่อไปมันจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คุณไม่อาจอยู่รอดในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทสระอู   แน่นอนว่า ยิ่งฟังมากขึ้น ก็ยิ่งยังความฉงนให้กับ Candidate มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในคำถามนั้นผมก็บอกอยู่แล้วว่า “โดยที่คุณไม่รู้ตัว” ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ เขาเหล่านั้นจะนึกไม่ออก   เพื่อให้หายสงสัย ผมก็เริ่มทำการสาธยายนิสัยดังกล่าวให้ฟังเป็นข้อๆ (ขออนุญาตปิดเป็นความลับนะครับ) และเสียงตามมาก็คือ “เอ่อ….ใช่”   “เอ่อ…..จริง”  “เอ่อ……ไม่รู้ตัวจริงๆด้วย” ซึ่งเป็นเสียงยืนยัน ยอมรับ และเห็นพ้องว่า นิสัยเหล่านั้นเป็นนิสัยที่ตามติดตัวเขาโดยไม่รู้ตัวจริง   เมื่อข้อเท็จจริงเริ่มปรากฎ สิ่งที่ตามมาคือ การแนะนำขั้นถัดไปคือ ให้ทำการลองจินตนาการต่อดู นึกภาพว่า   […]

อยู่ไม่รอด  โดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว : Job


“วันนี้คุณถูกจ้างให้ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ชอบหรือไม่ชอบก็ต้องทำมัน เพราะมันคือหน้าที่!!”   ประโยคยอดนิยมตลอดกาลที่หัวหน้าหรือเจ้านาย(บางจำพวก) ใช้เป็นท่าไม้ตาย เพื่อให้ลูกน้องหยุดบ่นเวลาที่ต้องทำงานที่ไม่ชอบ แต่ต้องฝืนทำ หนีไม่พ้นประโยคข้างต้น แต่ก็น่าจะที่มีหัวหน้าอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่า ประโยคนี้ช่วยได้แค่ทำให้ลูกน้องหยุดบ่น แต่ไม่ช่วยให้หยุดเบื่อ เซ็ง เหนื่อย ท้อ ได้เลยแม้แต่น้อย เผลอๆ เป็นการสุมไฟให้ลุกโชนกว่าเก่า   แน่นอนครับว่า สำหรับคนที่ทำงานอย่างมีความสุข คงไม่ต้องการประโยคนี้   แต่สำหรับคนที่กำลังทุกข์กับงาน ฟังประโยคนี้แล้ว บอกได้คำเดียวว่า “ของขึ้นเลย” เพราะมันไม่ใช่ทั้งประโยคให้กำลังใจ หรือประโยคปลอบใจ แต่เป็นประโยค(บังคับ)ให้ทำใจ ประมาณว่า “รู้สึกอะไรก็ได้ (ไม่ว่ากัน) เสร็จแล้วช่วยกลับมาทำงานต่อด้วยนะ”   ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีอารมณ์แบบนี้ เคยมีคนแจกประโยคแบบนี้ให้เหมือนกัน บอกเลยว่ารู้สึกไม่ชอบประโยคนี้เช่นกัน และบอกตรงๆ ว่าก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะจัดการกับอารมณ์แบบนั้นยังไง ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่า ชีวิตเราน่าจะมีทางเลือกมากกว่านี้ หรืออย่างน้อยๆ เลือกเปลี่ยนงานเลยละกัน แต่คราวนี้ขอเลือกที่แบบที่ตรงกับความต้องการส่วนตัวทุกอย่าง ขอสารภาพว่าผมเคยเลือกใช้วิธีนี้อยู่ครั้งหรือสองครั้ง   แน่นอนว่า ทางออกแบบนั้น ช่วยได้แค่ชั่วคราว แต่แล้วความคิดผมก็เปลี่ยนไปหลังจากได้ยินคำถามคำถามหนึ่ง คำถามที่ทำให้อารมณ์ “ของขึ้น” เปลี่ยนเป็น “เข้าใจ” […]

ชอบหรือไม่ชอบก็ต้องทำมัน เพราะมันคือหน้าที่!!


หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักจะได้ยินใครต่อใครพูดคุยกันถึงเรื่องของกิน”ถิ่นอร่อย” และก็ต้องให้บังเอิญว่า หนึ่งใน”ถิ่นอร่อย”นั้นมักจะเป็นร้านที่อยู่ในระแวกบ้านผมเอง ไม่ว่าจะเป็น หมูสะเต๊ะ ห่านพะโล้ ขนมเปี้ยะ หรือ โบ้ยเกี่ยะ   เอ…..แต่ทำไมคนบ้านใกล้อย่างผมกลับเข้าไม่ถึงความ “อร่อย” เหล่านั้น นั่นอาจเป็นเพราะผมนั้นเป็นพวกลิ้นจระเข้ หรือไม่ผมก็อาจจะขาด “ชูรส” ยี่ห้อ “พยายาม” หรือ “ลำบาก” ไปอย่างใดอย่างหนึ่ง   หลายต่อหลายครั้งเช่นกัน ที่มี Candidate ติดต่อผมเข้ามา พร้อมเจตนาแน่วแน่ว่า ต้องการจะเปลี่ยนงานใหม่ โดยเหตุผลที่ให้นั้นฟังดูเหมือนแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ผมกลับรู้สึกได้ว่าเป็นเหมือนๆ กันคือ งานปัจจุบันนั้น “ไ ม่ อ ร่ อ ย” หรือจะเรียกว่าภาวะ คนในอยากออก ก็คงไม่ต่างกัน   เป็นเรื่องอะไรที่แปลกอยู่ที่ “อาหาร” และ “งาน” นั้นก่อให้เกิด Behavioral State หรือ Behavioral Condition (พฤติกรรม)ที่เหมือนกันได้ และ Headhunter […]

ไกล(บ้าน) ถึงจะอร่อย : Career Path



คำถาม : อยากถามคุณป๊อปว่า ถ้าเราจะย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง มันจะดีมั๊ยคะ? ตอบ : ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอเล่าเรื่องส่วนตัวย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ออฟฟิศว่า ไม่ว่าจะอยู่บริษัทไหน ผมก็มักจะถูกปลูกฝังจากหัวหน้า ผู้ใหญ่ในบริษัท และเพื่อนร่วมงานในบริษัทนั้นๆ ว่า การบริโภคหรือซื้อสินค้าจากบริษัทคู่แข่งเป็นสิ่งต้องห้าม ถามว่ารุนแรงขนาดไหน ขอยกเป็นตัวอย่างเช่น เวลาเลือกร้านทานข้าว แค่มีสินค้าของบริษัทคู่แข่งวางขายอยู่ในร้านนั้น เราก็จะเลือกไม่เข้าร้านๆนั้น   หากยิ่งอยู่นาน ความคิดดังกล่าวก็จะถูกขยายผลไปยังพ่อแม่ พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหายรอบๆตัว และมีอยู่หลายครั้งที่เปลี่ยนงาน ย้ายบริษัทไปแล้ว ความคิดนี้ก็ยังติดตามไปเรื่อยๆ ดังนั้น ความคิดที่ว่า จะย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่งนั้น จึงไม่มีอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย   กลับมาที่คำถามเรื่องการย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง ก่อนจะตอบ อาจต้องทำเข้าใจภาพรวมก่อนว่า มีใคร หรือมี Party (กลุ่ม) ไหนบ้างเกี่ยวข้อง Party ที่ 1 – บริษัทปัจจุบันที่เราทำงานอยู่ Party ที่ 2 – บริษัทคู่แข่งที่เราต้องการย้ายไปอยู่ Party ที่ 3 […]

จะดีมั๊ย? ถ้าย้ายไปบริษัทคู่แข่ง



“เงินเดือนคุณน่ะ สูงมากแล้ว” ถ้าเจ้านายคุณยังคงพร่ำบอกฉันด้วยถ้อยคำที่สวยหรู (แต่จอมปลอม) ว่า “เงินเดือนคุณน่ะ สูงมากแล้ว” คุณก็คงต้อง (แกล้ง) ทำตัวให้ “งานยุ่งอยู่ตลอดเวลา” ตามราคาค่าตัวที่เจ้านายคุณ (แกล้ง) บอก ประชดกันไปแบบนี้เรื่อยๆ แน่นอนว่า คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แบบนี้ควรต้องไปแก้ตั้งแต่ที่จุดเริ่มต้น   กลยุทธ์การตั้งราคา ถ้าคุณเป็น Brand Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) และต้องออกสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด วัตถุประสงค์คือ เพื่อต่อกรกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด คุณมี choice (ตัวเลือก)ของคุณสมบัติสินค้าให้เลือกไม่มากนัก วนเวียนอยู่ในข้อใดข้อหนึ่งในสาม choice นี้ คุณภาพเท่าเดิม แต่ราคาถูกลง หรือราคาเท่าเดิม แต่คุณภาพดีขึ้น หรือคุณภาพดีขึ้น และราคาแพงขึ้น   ความคิดของ Line Manager สำหรับคนที่เป็น Line Manager (หัวหน้างานโดยตรง) ก็คงไม่ต่างกัน กรณีมีลูกน้องลาออก ก็จะมี choice ให้เลือกไม่มาก ถ้าผมให้คุณลองทายว่า Candidate แบบไหน ที่ Line […]

อย่าไปกลัวที่จะ เรียกค่าตัวแพง